วันพฤหัสบดีที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2559

จากมะพร้าวธรรมดาๆ สู่การรังสรรค์จนได้เป็นมะพร้าวเปิดฝา สร้างรายได้มหาศาล



17 พฤศจิกายน 2558 : น. เวลา 18:04 น. |  (27056 view)
       
      COCO Easy หรือที่รู้จักกันในนาม มะพร้าวมีฝา ธุรกิจที่ถูกสรรสร้างจากไอเดียที่แปลกใหม่ โดยการนำเอานวัตถกรรมเข้ามาใช้ในการผลิต ทำให้ตัวมะพร้าวมีมูลค่ามากขึ้น ทั้งยังตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในการรับประทานอีกด้วย แถมธุรกิจนี้ยังสร้างรายได้ให้กับเจ้าของได้เป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียว
     
       ธุรกิจ COCO Easy บริหารงานโดยคุณบรรพต เคลียพวงทิพย์ ผู้คิดค้นมะพร้าวเปิดฝา แต่กว่าที่จะมาเป็นผลิตภัณฑ์ดีๆให้ผู้บริโภคได้รับประทานกันนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิดเลย โดยจุดเริ่มต้นมาจากส่วนตัวแล้วคุณบรรพตทำงานเป็นวิศวกรในบริษัทโทรคมนาคมแห่งหนึ่ง และหลังจากเลิกงานจะชอบหาซื้อน้ำมะพร้าวดื่มเพราะรู้สึกสดชื้นเมื่อได้ทาน แต่แล้ววันนึงก็มีความคิดที่อยากเฉาะมะพร้าวกินเองให้ได้อย่างที่ซื้อ แต่ด้วยที่บ้านไม่มีมีดสำหรับเฉาะมะพร้าวจึงได้นำมะพร้าวไปทุบเข้ากับกำแพง แต่ผลที่ได้คือ มะพร้าวแตกเป็นเสี่ยงและทานไม่ได้ ทันใดนั้นเองภาพของมะพร้าวที่มีฝาก็เข้ามาในความคิดของคุณบรรพตจนกระทั่งเป็นไอเดียมะพร้าวมีฝาที่เราเห็นกันในปัจจุบัน
     
       อุปสรรคของการทำธุรกิจนี้นอกจากจะเป็นในเรื่องของการหานวัตถกรรมมาเพื่อรองรับการผลิตแล้วยังเป็นเรื่องของผลผลิตที่บางฤดูกาลไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งบางฤดูกาลชาวสวนก็มีผลผลิตมะพร้าวมามากเกินความต้องการ แต่ในบางฤดูผลผลิตที่ได้กลับน้อยไม่พอต่อความต้องการ ซึ่งวิธีการแก้ปัญหาของคุณบรรพตคือ การรับซื้อผลผลิตอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ชาวสวนมีความไว้วางใจและขายมะพร้าวให้กับคุณบรรพต แถมการแก้ไขปัญหาวิธีนี้ยังเป็นการสร้างอาชีพและกระจายรายได้แก่ชาวสวนอีกด้วย
   
       โดยในปัจจุบัน COCO Easy ถือได้ว่าเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จทั้งจัดจำหน่ายในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศ แต่ทว่าการทำธุรกิจนี้ก็ถือได้ว่ามีความเสี่ยงในเรื่องของแหล่งผลผลิตที่มีความไม่แน่นอน ซึ่งทางคุณบรรพตได้ให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่กำลังคิดที่จะเริ่มทำธุรกิจว่า เมื่อคิดที่จะทำธุรกิจแล้วก็ควรที่จะลงมือทำเพื่อร่นระยะเวลาที่จะเสียไปอย่างเปล่าประโยชน๋ เพียงแค่คุณศึกษาและลงมือทำทุกวันก็ถือว่าเป็นการลงมือทำที่ยอดเยี่ยมแล้ว เพราะการเริ่มต้นทำธุรกิจจากศูนย์ไปจนถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้นั้นต้องอาศัยการก้าว ไม่ว่าจะก้าวมากก้าวน้อย แต่แค่คุณก้าวไปข้างหน้าทุกวันก็จะทำให้คุณประสบความสำเร็จแล้ว

      สำหรับใครที่สนใจสามารถติดตามมุมมองความคิดจากผู้บริหาร COCO Easy กับแนวคิดดีๆในการทำธุรกิจเพิ่มเติมได้ในรายการ Smart Focus ออกอากาศวันที่ 14 พฤศจิกายน 2558 คลิกเลย >> http://smartsme.tv/vod_detail.php?
gid=19&id=4267

เมื่อมหาเศรษฐีออกโรงเตือนเพื่อน ให้ลดความเหลื่อมล้ำ กระจายรายได้ ไม่งั้นอาจไม่เหลือที่ยืน !!

(ถ้าเครื่องใครโหลด Sub Thai ไม่ขึ้น กดเข้าไปดูได้ที่ TED ครับ)
นิค ฮานาวเออร์ (Nick Hanauer) เป็นนักลงทุนอภิมหาเศรษฐีของสหรัฐฯ เขาเป็นนักลงทุนนอกครอบครัวคนแรกใน Amazon.com เขาร่วมก่อตั้งบริษัทเอควอนทีฟ ซึ่งขายให้ไมโครซอพท์ ไปในราคา 6.4 พันล้านเหรียญ และเขาเป็นเจ้าของธนาคาร และนิคกำลังเตือนเพื่อนอภิมหาเศรษฐีของเขาให้ฉุกคิดถึงความเหลื่อมล้ำในสังคมที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น จนสุดท้ายอาจจะทำให้พวกอภิมหาเศรษฐีอย่างเขาเองไม่มีที่ยืน และนี่คือส่วนหนึ่งจาก Clip
ผมมีชีวิตที่ท่านทั้งหลายส่วนใหญ่ ไม่สามารถแม้แต่จะจิตนาการได้ บ้านหลายหลัง เรือยอร์ช เครื่องบินส่วนตัว และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่พูดกันตรง ๆ ผมไม่ได้เป็นคนฉลาดที่สุด ที่คุณเคยพบที่แน่ ๆ … แต่จริง ๆ แล้ว ผมก็เก่งมากในสองเรื่อง หนึ่ง ผมรับความเสี่ยงได้สูงเป็นพิเศษ และอีกอย่างหนึ่ง คือผมรู้สึกได้ไว มีลางสังหรณ์ดี ต่อเรื่องที่จะเกิดในอนาคต และผมคิดว่าลางสังหรณ์เกี่ยวกับ เรื่องในอนาคตนั้น เป็นปัจจัยสำคัญของผู้ประกอบการที่ดี … 
แล้วผมเห็นอะไรในอนาคตของเราในวันนี้หรือ คุณจะถามใช่ไหมครับ ผมเห็นคราดของชาวไร่ชาวนา (Pitchfork) อย่างเช่นที่ฝูงชนคนซึ่งกำลังโกรธเกรี้ยวเขาถือกัน
เพราะในขณะที่อภิมหาเศรษฐีอย่างพวกเรากำลังใช้ชีวิตเกินกว่าความฝันของผู้คน เพื่อนประชากรของเราอีก 99 เปอร์เซ็นต์กำลังถอยห่างไปอยู่ข้างหลัง และห่างไกลไปเรื่อย ๆ 
ปัญหานั้นไม่ใด้เกี่ยวกับว่า เรามีความไม่เท่าเทียมกันอยู่บ้างเล็กน้อย ความไม่เท่าเทียมกันบ้างเล็กน้อยนั้น เป็นเรื่องจำเป็นสำหรับทุนนิยมประชาธิปไตยที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ปัญหาคือ ความไม่เท่าเทียมกันนั้น กำลังอยู่ ณ จุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมันก็แย่ลงทุกวัน
ผมจึงมีข้อความส่งถึงเพื่อนอภิมหาเศรษฐี และอภิมหึมามหาเศรษฐีทั้งหลาย และสำหรับใครก็ตามที่ใช้ชีวิต ในโลกฟองสบู่ที่มีรั้วล้อมรอบอยู่นั้น จงตื่นขึ้น ตื่นขึ้นเถิด สภาวะเช่นนี้มันอยู่ได้ไม่นาน เพราะถ้าเราไม่ทำอะไรบางอย่าง เพื่อแก้ไข ความไม่เท่าเทียมที่เห็นชัดเจนในสังคมของเราคราดนั้นก็จะหันมาหาเรา เพราะไม่มีสังคมเปิดแบบเสรีใด ๆ จะทนอยู่ได้นานกับ ความไม่สมดุลย์ทางเศรษฐกิจ ที่พุ่งสูงแบบนี้ได้
ต้นแบบสำหรับเรา คนรวย ควรเป็นเฮนรี ฟอร์ด เรารู้กันว่าฟอร์ดให้ค่าแรง 5 ดอลลาร์ ต่อวัน ซึ่งเป็นสองเท่าของค่าแรงทั่วไปในเวลานั้น เขาไม่ได้เพียงเพิ่มผลผลิต ของโรงงานของเขา แต่เขาได้เปลี่ยน คนงานผลิตรถยนต์ที่ถูกเอาเปรียบ ที่ยากจน ให้กลายเป็นคนชั้นกลางที่มีกินมีใช้ มีปัญญาซื้อผลิตภัณฑ์ ที่พวกเขาผลิตขึ้นเองได้ ฟอร์ดหยั่งรู้สิ่งที่เราเพิ่งจะตระหนักว่ามันเป็นจริง ที่จะต้องมองเศรษฐกิจให้เป็นระบบนิเวศน์
พวกเรา อภิมหาเศรษฐี จำเป็นต้องเอาวิถีเศรษฐกิจ ที่ผลประโยชน์หลั่งไหลสู่คนหยิบมือนี้ ไปไว้ข้างหลัง ความคิดที่ว่า ยิ่งเราดีขึ้นมากเท่าใดคนอื่นก็จะดีขึ้นด้วยเช่นกันนั้น มันไม่เป็นความจริง มันจะเป็นไปได้อย่างไร [นิคหมายถึงว่า ระบบเศรษฐกิจที่เชื่อว่าถ้าเจ้าของกิจการรวยสุด ๆ เงินทองก็จะค่อย ๆ ไหลรินลงมาสู่ผู้บริหาร สู่ลูกจ้าง สู่คนใช้แรงงาน นั้นมันไม่จริง] ผมหาเงินได้เป็นพันเท่าของค่าแรงโดยเฉลี่ย แต่ผมก็ไม่ได้ซื้อของ มากถึงพันเท่า ใช่ไหมครับ จริง ๆ ผมซื้อกางเกงพวกนี้สองตัว ซึ่ง ไมค์ หุ้นส่วนของผม เรียกมันว่ากางเกงผู้จัดการ ผมอาจจะซื้อกางเกง 2,000 ตัวก็ได้ แต่ผมจะเอามันไปทำอะไรครับ (เสียงหัวเราะ) ผมจะตัดผมได้สักกี่ครั้งกัน ผมจะไปทานอาหารเย็นนอกบ้าน ได้บ่อยแค่ไหนกัน ไม่ว่าอภิมหาเศรษฐีซึ่งมีจำนวนน้อยจะรวยขนาดไหน ก็ไม่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชาติไปได้มากกว่านี้ คนชั้นกลางที่มีกินมีใช้เท่านั้นที่จะทำได้
วันที่ 19 มิถุนายน 2013 บลูมเบิร์ก เผยแพร่บทความที่ผมเขียน เรื่อง “กรณีนักทุนนิยมกับค่าแรงขั้นตํ่า 15 ดอลลาร์” หลาย ๆ คนที่นิตยสารฟอร์บในหมู่ผู้ที่นิยมชมชอบผมมากที่สุด เรียกมันว่า “ข้อเสนอที่ใกล้จะเพี้ยนของ นิก เฮนัวเออร์” แต่แล้ว แค่เพียง 350 วัน หลังจากที่บทความถูกตีพิมพ์ ผู้ว่าการเมืองซีแอทเทิล เอ็ด เมอร์เรย์ ก็ได้ลงนามเพิ่มค่าแรงขั้นตํ่าในซีแอทเทิล เป็น 15 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง ซึ่งสูงกว่าสองเท่าของอัตราค่าแรงขั้นต่ำของประเทศที่ 7.25 ดอลลาร์ สิ่งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร คนที่มีเหตุผลอาจสงสัย มันเกิดขึ้นได้เพราะ กลุ่มคนของเรา ได้เตือนคนชั้นกลางว่า พวกเขาเป็นต้นกำเนิดของการเติบโตและความมั่งคั่งในเศรษฐกิจแบบทุนนิยม เราเตือนพวกเขาว่า เมื่อคนงานมีเงินมากขึ้น ธุรกิจก็จะมีลูกค้ามากขึ้น และจำเป็นต้องจ้างงานมากขึ้น เราได้เตือนพวกเขาว่า เมื่อธุรกิจจ่ายค่าจ้างให้คนงานดำรงชีพได้อย่างเพียงพอ ผู้เสียภาษีก็ไม่ต้องรับภาระในการอุดหนุนโครงการแก้ปัญหาความยากจน เช่น การแจกอาหาร การช่วยเหลือทางการแพทย์ และการสนับสนุนค่าเช่าบ้าน ซึ่งคนงานเหล่านั้นจำเป็นต้องได้รับ เราได้เตือนพวกเขาว่า คนงานที่ได้ค่าแรงตํ่า ก็จะจ่ายภาษีน้อย และเตือนว่า เมื่อคุณยกค่าแรงขั้นตํ่าขึ้นมาทั่วทั้งองค์กรธุรกิจทั้งหมด สุดท้ายธุรกิจเองก็จะได้กำไรและยังสามารถแข่งขันได้ … “
คลิปนี้เริ่มแปลโดย yamela areesamarn และแก้ไขตรวจทานโดย Sakunphat Jirawuthitanant … ชวนดูฉบับเต็มครับ

ส่องบ้านหรู5,700ล้าน แพงที่สุดในสหรัฐ! (ชมคลิป).... อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/world/news/401390

http://www.posttoday.com |
ชมคลิปส่องบ้านหรูราคา5,700ล้านบาท แพงที่สุดในสหรัฐ! แรงบันดาลใจจากพระราชวังแวร์ซาย

เว็บไซต์ข่าว'เดลิเมลล์'ได้เผยแพร่ภาพ Le Palais Royal คฤหาสน์หลังใหม่สไตล์คล้ายพระราชวังแวร์ซายในรัฐฟลอริดา สหรัฐฯ ที่ขณะนี้ขึ้นชื่อว่ากลายเป็นบ้านที่แพงที่สุดในสหรัฐฯ ด้วยราคากว่า 159 ล้านดอลลาร์หรือประมาณ 5,700 ล้านบาทเลยทีเดียว
คฤหาสน์หลังนี้ถูกประกาศขายเมื่อช่วงเดือนกันยายนปี 2014 ด้วยราคา 139 ล้านดอลลาร์หรือประมาณ 5,000 ล้านบาท ก่อนจะถูกเพิ่มราคาเป็น 159 ล้านดอลลาร์เหมือนเช่นตอนนี้
บ้านหลังนี้มีขนาด 60,500 ตารางฟุตติดอยู่กับชายหาด โดยภายในบ้านมีห้องนอน 11 ห้อง, สระน้ำและระเบียงหรู, ที่จอดรถกว่า 30 คัน, ห้องเก็บไวน์กว่า 3,000 ขวด, ห้องชมภาพยนตร์ไอแมค 18 ที่นั่ง โดยพื้นที่หลายจุดมักจะมีทองคำเป็นส่วนประกอบด้วย
ขณะที่ชั้นใต้ดินยังมีลานโบว์ลิ่ง ลานไอซ์สเก็ต สนามแข่งรถโกว์คาร์ท และลานเต้นไนท์คลับ
คฤหาสน์หลังนี้มีนาย 'โรเบิร์ต เพอร์เรียรา' ผู้ก่อตั้งบริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่งซึ่งใฝ่ฝันจะได้อยู่ในคฤหาสน์ใหญ่ยักษ์มานานแล้ว แต่สุดท้ายเมื่อสร้างเสร็จกลับตัดสินใจขายเสียอย่างนั้น
ที่มา dailymail.

7 เกาะ Unseen เมืองไทย ที่คุณต้องไปก่อนตาย!!

“เกาะ” ในประเทศไทยกลายเป็นที่เที่ยวติดอันดับต้นๆ ของโลกไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งนอกจากเกาะชื่อดังที่หลายคนรู้จักและเคยไปเยือนนับครั้งไม่ถ้วนอย่าง เกาะเสม็ด เกาะล้าน เกาะสมุย ฯลฯ ในแดนสยามของเรายังมีเกาะน้ำทะเลใสสวยงามระดับ Unseen Thailand อยู่อีกหลายแห่ง ที่แนะนำว่าคุณต้องไปสัมผัสสักครั้งในชีวิต เริ่มกันด้วย...



เกาะราชาหรือเกาะรายา เป็นหมู่เกาะที่มีชื่อเสียงที่สุดของจังหวัดภูเก็ต  มีความโดดเด่นอยู่ที่หาดทรายขาวสะอาดนุ่มเท้า ทั้งยังเป็นแหล่งปะการังอันสวยงาม จนสามารถดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามายลโฉมได้เป็นจำนวนมาก และเสน่ห์อีกอย่างคือบรรยากาศเงียบสงบ    เหมาะสำหรับการมาพักผ่อนหรือฮันนีมูน ซึ่งเกาะราชาจะแบ่งออกเป็น 2 เกาะคือ เกาะราชาใหญ่ และราชาน้อย  โดยเกาะราชาใหญ่จะมี 5 อ่าวให้เที่ยวชมได้แก่ 1.อ่าวปะตก 2.อ่าวสยาม 3.อ่าวขอนแค 4. อ่าวทือ 5. อ่าวหลา และทั้ง 5 อ่าวสามารถเดินเชื่อมต่อถึงกันได้ ส่วนเกาะราชาน้อยจะมีเพียง 2 อ่าวคือ1. อ่าวพร้าว และ 2. อ่าวรังไก่   ที่แม้จะมีชายหาดไม่งดงามเท่าเกาะราชาใหญ่ แต่ความสวยของโลกสีน้ำเงินใต้ท้องทะเลก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

~ คลิ๊กดูภาพเพิ่มเติม และอ่านรีวิว ~
“น้ำใสไหลเย็น เห็นตัวปลา” เป็นสิ่งที่นึกถึงแน่นอนเมื่อได้มาเยือนเกาะไข่ จังหวัดพังงา ซึ่งเป็นเกาะขนาดเล็กมีอยู่ด้วยกัน 3 เกาะคือ 1.เกาะไข่ใน 2.เกาะไข่นอก 3. ไข่นุ้ย  (ปัจจุบันสามารถเที่ยวได้แค่เกาะไข่ในกับไข่นอก)  จุดเด่นอยู่ที่โขดหินรูปร่างแปลกสวยงาม หาดทรายขาว-น้ำทะเลใส  บริเวณรอบเกาะสามารถดำน้ำดูปะการังหลากชนิด มีปลาสวยงามแหวกว่ายให้เราสัมผัสได้อย่างใกล้ชิดและภาพจำติดตาของใครหลายคนคือเตียงผ้าใบและร่มกันแดดหลากสีสันเรียงรายอยู่เต็มหาด โดยเกาะไข่นอกประกอบด้วย 2 หมู่เกาะ ซึ่งมีลักษณะคล้ายไข่ดาวกลางทะเล  มีหาดทรายขาวเหมาะแก่การนอนอาบแดดลงเล่นน้ำและดูปะการัง ส่วนเกาะไข่ในก็มีความสวยงามเช่นเดียวกัน ทั้งความขาวของผืนทรายและฝูงปลาหลากสี แต่ที่เด่นกว่าคือจะมีหินรูปหัวช้างและรูปเต่า 3 ตัว

~ คลิ๊กดูภาพเพิ่มเติม และอ่านรีวิว ~

เกาะสวยใกล้กรุงเทพฯ ยังมีให้เที่ยวชมนั่นคือเกาะขาม อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ตั้งห่างจากฝั่งเพียง 9 กม.ในเกาะจะมีหาดใหญ่ๆ อยู่ 2 ด้านคือทิศเหนือ กับทิศใต้ โดยหาดทิศเหนือจะมีผืนทรายที่ค่อนข้างละเอียด และน้ำทะเลใสเหมาะแก่การว่ายน้ำและทำกิจกรรมทางน้ำตามอัธยาศัย ส่วนหาดทิศใต้เป็นหาดทรายหยาบ   เต็มไปด้วยหินกรวดและซากปะการังทับถมตลอดชายหาด   อย่างไรก็ตามลึกลงไปในท้องทะเลสามารถพบแนวปะการังที่สมบูรณ์   เช่น ปะการังเขากวาง ปะการังโต๊ะ และปะการังสมอง เป็นต้น จึงเหมาะกับการดำน้ำในระดับผิวและระดับลึก  นอกจากนี้ยังมีโอกาสได้ชมปลาทะเลและสัตว์ใต้น้ำหายากจำนวนมาก อาทิ ปลาผีเสื้อปลาสลิดหิน, ปลาอมไข่ หอยมือเสือ หอยมือแมว  เม่นทะเล และปลิงทะเล

~ คลิ๊กดูภาพเพิ่มเติม และอ่านรีวิว ~
      Photo : .อธิกสุรทิน (* ดูหมายเหตุท้ายบทความ)
      Photo : .อธิกสุรทิน (* ดูหมายเหตุท้ายบทความ)
      Photo : .อธิกสุรทิน (* ดูหมายเหตุท้ายบทความ)
      Photo : .อธิกสุรทิน (* ดูหมายเหตุท้ายบทความ)
เหมาะสมกับฉายาที่หลายคนขนานให้เป็น “มัลดีฟส์ เมืองไทย” สำหรับเกาะพยาม จังหวัดระนอง เพราะทั้งน้ำทะเลใสแจ๋ว บวกกับรีสอร์ทที่ปักหมุดอยู่กลางทะเล ซึ่งให้อารมณ์เช่นเดียวกับที่มัลดีฟส์ไม่มีผิด และต้องไม่พลาดไปดำน้ำชมปะการังที่สวยงามนานาชนิดบริเวณรอบๆ เกาะ เพราะเกาะพยามนับเป็นแหล่งดูปะการังที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง หรือจะเลือกตกปลา, ขี่จักรยานรอบเกาะ ตลอดจนพายเรือคายักชมความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลน และสัมผัสกับวิถีชีวิตชาวเล "เผ่ามอแกน" ที่มาอาศัยอยู่เป็นบางครั้ง ส่วนใครที่อยากลงเล่นน้ำทะเลก็แนะนำให้ไปเพลิดเพลินที่อ่าวเขาควาย, อ่าวใหญ่ และหาดขาม

~ คลิ๊กดูภาพเพิ่มเติม และอ่านรีวิว ~
* ขอสงวนลิขสิทธิ์ภาพชุดนี้ ห้ามนำรูปชุดนี้ไปใช้ หรือเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพโดยเด็ดขาดไม่ว่าในกรณีใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านใดต้องการนำไปใช้กรุณาติดต่อที่ 9febphotos@gmail.com ครับ **

สุดยอดงานแต่งที่อลังการที่สุด














Google เปิดตัวคู่มือ Search Quality Rating Guidelines เพื่อคนทำ SEO แบบเต็มๆ หนากว่า 160 หน้า

ศาสตร์ของ SEO เป็นสิ่งที่ใครหลายคนอยากจะรู้ รู้เพื่อรู้ใจ Google ว่าการกวาดข้อมูลเนื้อหาเพื่อจัดอันดับนั้นมีหลักการคิดอย่างไร ซึ่งจริงๆ แล้วก็มีการเผยแพร่ความรู้จากเหล่าผู้รู้ แต่ก็ไม่ใช่จากปากของ Google เอง แต่นี่คือเวอร์ชันล่าสุดที่ Google ปล่อยออกมาให้ผู้ที่สนใจศึกษาด้าน SEO ได้อ่านกันโดยเฉพาะ ซึ่งจะเรียกเป็นครั้งแรกก็ว่าได้ที่ปล่อยแบบจัดเต็มขนาดนี้

เอกสารฉบับนี้ใช้ชื่อว่า Search Quality Rating Guidelines โดยที่บอกว่าเป็นครั้งแรกๆ ที่จัดเต็ม เพราะก่อนหน้านี้มีการเผยแพร่เอกสารนี้มาบ้างแล้วในปี 2008, 2011, 2012 และ 2013 แต่ทุกปีที่กล่าวมาล้วนแล้วเป็นฉบับย่อๆ แทบทั้งสิ้น
มาในปีนี้ 2015 Google เองได้ตัดสินใจที่จะเผยแพร่ข้อมูลทุกสิ่งอย่างเกี่ยวกับการจัดอันดับการค้นหา ลงใน Guideline ที่มีความหนาถึง 160 หน้า โดยทาง Google เผยถึงการให้ข้อมูลแบบไม่ได้ให้กันเล่นๆ ครั้งนี้ว่า เราอยากให้คนเข้าใจถึงกระบวนการในการตัดสินใจก่อนที่จะเรียงเป็นอันดับจากการบอกเล่าของเราเอง
เนื้อหาภายในเมื่อลองเข้าไปดูในสารบัญแล้วก็จะแยกเป็น 4 ส่วนคือ ภาพรวมทั้งหมด, เรื่อง Page Quality, ความเข้าใจถึงโมบายล์, เรื่อง Rating และการใช้ Evaluation Platform
ให้กันขนาดนี้ จะรออะไรครับ เข้าไปอ่านและดาวน์โหลดมาไว้เลยที่นี่ Search Quality Rating Guidelines 2015 by Google
ที่มา: Google Webmaster Central Blog

ดีลตรง "70ธุรกิจยักษ์" ทั่วโลก สิทธิพิเศษรายตัวบูม 10 อุตฯอนาคต

updated: 28 พ.ย. 2558 เวลา 10:30:59 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
รัฐกางสูตรส่งเสริม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต ให้สิทธิพิเศษภาษี-ถือครองที่ดิน 99 ปี ดีลตรงต่างชาติ 70 บริษัทต่อยอดอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่-อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ-ท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดี-เกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ-การแปรรูปอาหาร ดัน 5 กลุ่มใหม่ ยึดโมเดลชายฝั่งทะเลตะวันออกเป็นต้นแบบ เอกชนขานรับ
แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรมเปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า จากที่รัฐบาลได้ออกมาตรการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในระยะสั้น โดยมุ่งช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย เกษตรกร ผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) การเร่งรัดเบิกจ่ายโครงการลงทุนภาครัฐ การส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชน รวมทั้งช่วยเหลือภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และคนซื้อบ้าน ซึ่งหลายมาตรการเริ่มปรากฏผลทิศทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับ



ล่าสุด กระทรวงเสาหลักด้านเศรษฐกิจ 7 กระทรวงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตามนโยบายระยะยาวเพื่อสร้างอนาคตของประเทศไทย ที่ทีมเศรษฐกิจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังเร่งขับเคลื่อนผลักดันด้วยการปรับโครงสร้างด้านการผลิตทั้งภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และการบริการ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการรับฟังความคิดเห็นและการให้ข้อเสนอแนะโดยนักลงทุนและเจ้าของเทคโนโลยีสำคัญทั่วโลกกว่า 70 ราย นำมากำหนดแผนและนโยบายในการส่งเสริมการลงทุน "อุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่อนาคต"

ชูธง 10 อุตฯเป้าหมาย

เป็นเหมือนคู่มือแนะนำและดึงดูดให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายในประเทศไทย ประกอบด้วย 1.การต่อยอดอุตสาหกรรมเดิม (First S-Curve) ได้แก่ 1.1 อุตฯยานยนต์สมัยใหม่ (Next-generation Automotive) 1.2. อุตฯอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (Smart Electronics) 1.3.อุตฯการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Affuent, Medical and Wellness Tourism)

1.4 การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ (Agriculture and Biotechnology) และ 1.5 อุตฯการแปรรูปอาหาร (Food for the Future)

2.เพิ่ม 5 อุตฯอนาคต (New-S-Curve) ซึ่งเป็นอุตฯใหม่ที่ไทยมีศักยภาพในการแข่งขันและมีผู้สนใจลงทุน ได้แก่ 2.1 อุตฯหุ่นยนต์ (Robotics) 2.2 อุตฯการบินและโลจิสติกส์ (Aviation and Logistics) 2.3 อุตฯเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ (Biofuels and Biochemicals) 2.4 อุตฯดิจิทัล (Digital) และ 2.5 อุตฯการแพทย์ครบวงจร (Medical Hub)

เปิดพื้นที่ส่งเสริมอุตฯอนาคตไทย

แนวทางพัฒนาระยะสั้น-ปานกลาง จะยกระดับอุตฯเดิม 5 อุตฯเป้าหมายที่เป็น First S-Curve เพื่อต่อยอดการเจริญเติบโต ระยะยาว พัฒนาอุตฯแห่งอนาคต 5 อุตฯเป้าหมาย หรือ New-S-Curve เพื่อยกระดับเศรษฐกิจไทยแบบก้าวกระโดด โดยในส่วนของอุตฯอนาคตกำหนดพื้นที่ส่งเสริมการลงทุนดังนี้ อุตฯหุ่นยนต์ พื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก อุตฯการขนส่งและการบิน พื้นที่สนามบินพัทยา-อู่ตะเภา อุตฯการแพทย์ครบวงจร พื้นที่วิจัยและพัฒนาให้อยู่ในโรงเรียนแพทย์ คลัสเตอร์การแพทย์ เช่น กรุงเทพมหานคร (กทม.) พัทยา อุตฯเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ อยู่ในพื้นที่ปลูกอ้อย มันสำปะหลัง และอุตฯต่อเนื่องอยู่บริเวณมาบตาพุด อุตฯดิจิทัลอยู่ในเมืองใหญ่ทั่วประเทศ เช่น กทม. เชียงใหม่ ภูเก็ต

ยึดโมเดลนิคมอุตฯภาคตะวันออก

ทั้งนี้ จากที่ปัจจุบัน 6 ใน 10 อุตฯเป้าหมาย

ทั้ง First S-Curve และ New-S-Curve ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก คือ ยานยนต์แห่งอนาคตอยู่ในพื้นที่ ชลบุรีและศรีราชา อุตฯอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะอยู่ในสมุทรปราการ ชลบุรี ศรีราชา ท่องเที่ยวระดับคุณภาพอยู่ที่พัทยา ระยอง อุตฯหุ่นยนต์อยู่ในชลบุรี ศรีราชา อุตฯการบินอยู่ที่อู่ตะเภา สัตหีบ และอุตฯไบโอเคมี อยู่ที่มาบตาพุด จากปัจจัยพื้นฐานความแข็งแกร่งจากในอดีต รัฐบาลจึงจะนำเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออกมาเป็นตัวจุดประกายในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจการลงทุนพิเศษ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอุตฯเป้าหมายทั้ง 10 อุตฯ

ทั้งนี้ปัจจัยความสำเร็จในการดึงนักลงทุนจากทั่วโลกต้องมีกลไกการกำกับดูแลการพัฒนาอุตฯเป้าหมายและเขตเศรษฐกิจพิเศษซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมาย ประกอบด้วย 1.คณะกรรมการการลงทุนอุตฯเป้าหมาย ทำหน้าที่กำหนดแผนการลงทุน กำหนดผู้ลงทุนรายสำคัญ 2.คณะกรรมการกองทุนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรม มีหน้าที่เจรจากับผู้ลงทุนรายสำคัญ เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทั่วไปและสิทธิประโยชน์พิเศษ 3.คณะกรรมการกำกับดูแลเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือเขตเศรษฐกิจการลงทุนพิเศษ ทำหน้าที่อนุมัติแผนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ โครงการการลงทุนคลัสเตอร์ โครงสร้างพื้นฐาน และบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยมีสำนักงานบริหารเขตเศรษฐกิจการลงทุนพิเศษ ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุน ดำเนินการด้านสิทธิประโยชน์ และติดตามความคืบหน้าในการติดต่อและชักจูงนักลงทุนกลุ่มเป้าหมายและเป็นเลขานุการให้คณะกรรมการระดับชาติ

ตั้งกองทุนพัฒนาเศรษฐกิจ

ขณะเดียวกันเพื่อผลักดันให้การลงทุนในอุตฯเป้าหมายเกิดขึ้นเป็นรูปธรรม รัฐบาลกำหนดมาตรการส่งเสริมการลงทุน ประกอบด้วยมาตรการทางการเงิน มาตรการทางการคลัง และมาตรการส่งเสริมอื่น ๆ เพิ่มเติม นอกเหนือจากมาตรการส่งเสริมการลงทุนภายใต้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ทั้งนี้ กรอบนโยบายและมาตรการส่งเสริมทั้งด้าน

การเงิน การคลัง และมาตรการอื่น ๆ ที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ และ 7 กระทรวงเศรษฐกิจเสนอ และได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว

งัดมาตรการการเงิน-การคลังหนุน

ในส่วนของมาตรการทางการเงินจะจัดตั้ง "กองทุนพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรม" ขึ้น ทำหน้าที่ให้เงินสนับสนุนให้เงินกู้ยืม หรือชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ หรือเป็นกองทุนในการลงทุนโครงการลงทุนพิเศษ โดยสามารถให้เงินสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนา รวมทั้งสร้างบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอุตฯเป้าหมาย และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรม

มาตรการการคลัง อาทิ กำหนดสิทธิประโยชน์พิเศษ ยกเว้นอัตราภาษีนิติบุคคลเป็นเวลา 10-15 ปี สำหรับโครงการที่มีความสำคัญสูงในอุตฯเป้าหมาย เพิ่มเติมจากสิทธิประโยชน์สูงสุด 8 ปี ตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนทั่วไป กำหนดสิทธิประโยชน์พิเศษยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้เชี่ยวชาญไม่เกิน 15% อัตราภาษีรายได้บุคคลธรรมดา

ของผู้เชี่ยวชาญชั้นนำระดับนานาชาติ และไม่เกิน 15% สำหรับผู้เชี่ยวชาญระดับสูง และผู้บริหารระดับสูงที่จำเป็นในโครงการลงทุน และสามารถสร้างประโยชน์ให้ประเทศ และแก้ไขโครงสร้างอากรขาเข้าชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตหรือให้บริการในอุตฯเป้าหมาย (หรือใช้มาตรา 12 ของกระทรวงการคลัง) เนื่องจากอัตราอากรของชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์สูงกว่าผลิตภัณฑ์ รวมทั้งยกเว้นอากรขาเข้าของนำเข้าเพื่อทำการวิจัย พัฒนา หรือทดสอบ

สิทธิเข้า-ออก ปท.-ถือที่ดิน 99 ปี

ส่วนมาตรการอื่น ๆ ประกอบด้วย การกำหนดสิทธิประโยชน์การเข้าออก และการทำงานของผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากต่างประเทศ เทียบเท่าคนไทยครั้งละ 5 ปี ตลอดอายุการส่งเสริมการลงทุน กำหนดสัดส่วนการถือหุ้นสำหรับนักลงทุนต่างชาติ 100% ในระยะเริ่มต้น หรือกรณีเป็นการลงทุนวิจัยและพัฒนา (R&D) ที่เกี่ยวข้องกับลิขสิทธิ์และสิทธิบัตร ซึ่งนักลงทุนไทยไม่มีความเชี่ยวชาญ และกำหนดสิทธิประโยชน์พิเศษให้ผู้ลงทุนต่างชาติ การถือครองที่ดิน 99 ปี โดยขายคืนให้รัฐบาลเมื่อครบกำหนด

ธุรกิจโรงพยาบาลหนุนเต็บสูบ

นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บางกอก เชน ฮอสปิทอล และที่ปรึกษาสมาคมโรงพยาบาลเอกชน มองว่า นโยบายดังกล่าวควรทำมานานแล้ว เพราะธุรกิจการแพทย์เป็นอุตฯบริการ และการจะผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ของภูมิภาคหรือของโลกในอนาคตมีความจำเป็น ต้องมีความชัดเจนเชิงนโยบายและปรับปรุงข้อจำกัดต่าง ๆ ทั้งเชิงกฎหมายการลงทุน การขอวีซ่าเข้าประเทศ การผลิตบุคลากรการแพทย์ที่ต้องให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการผลิต เพื่อตอบโจทย์และลดการขาดแคลน

"ควรทำมานานแล้วและทำให้ชัดเจน วันนี้มีการพูดแล้วว่าธุรกิจเฮลท์แคร์น่าจะเป็นธุรกิจบริการดาวเด่น อาทิตย์ที่แล้วมีการเรียกคุยไปแล้ว 1 รอบ ภายในสัปดาห์นี้กำลังทำแผนอยู่ น่าจะหารือกันอีกเป็นระยะ ๆ นโยบายดังกล่าวไม่มีกลุ่มไหนได้ประโยชน์ แต่เป็นประเทศไทยได้ประโยชน์ ทุกคนคาดหวังว่าจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านเฮลท์แคร์ เพราะการเปิดอาเซียนจะเริ่มขึ้นแล้ว"

สิทธิประโยชน์ใหม่จูงใจพอ

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า มั่นใจว่าการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษรูปแบบคลัสเตอร์จะเกิดขึ้นได้แน่นอน

จากมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่รัฐใช้เป็นเครื่องมือเร่งรัดให้เกิดการลงทุนจริง อาทิ มาตรการทางภาษีของบีโอไอ เช่น ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 8 ปี ลดหย่อนภาษี 50% เพิ่มเติม 5 ปี ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร และมาตรการทางการคลังที่อยู่ระหว่างพิจารณาให้กิจการเพื่ออนาคตยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 10-15 ปี และจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 0-15%

สำหรับผู้เชี่ยวชาญชั้นนำในระดับนานาชาติที่ทำงานในพื้นที่กำหนดทั้งคนไทยและต่างชาติ รวมถึงกองทุนเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันอุตสาหกรรมเป้าหมายในประเทศ วงเงิน 10,000 ล้านบาท และอื่น ๆ ถือว่าเพียงพอแล้ว และกลุ่มนักลงทุนอุตฯเป้าหมายอย่างไฮเทคโนโลยีสนใจเข้ามาลงทุนมากกว่าเดิม เพราะปัจจัยหลายอย่างจูงใจ เช่น สิทธิประโยชน์ เศรษฐกิจที่กำลังฟื้น เห็นได้จากยอดขอส่งเสริมการลงทุนมีเกือบ 2,000 โครงการ มูลค่า 6.9 แสนล้านบาท

"ส่วนที่มองว่าสิทธิประโยชน์ที่รัฐให้ยังไม่พอ อาจมีแค่บางกลุ่มเท่านั้น ซึ่งไม่อยากให้เอาไปเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะสิทธิประโยชน์และค่าแรง ควรมองว่าไทยเองมีความพร้อมและเหนือกว่าคู่แข่งเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภค โลจิสติกส์"

กลุ่มยานยนต์ขานรับลงทุน

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. กล่าวว่า กลุ่มยานยนต์เป็นส่วนหนึ่งในอุตฯเป้าหมายที่ถูกผลักดันให้เกิดเป็นคลัสเตอร์ และยกระดับสู่การเป็นซูเปอร์คลัสเตอร์ มั่นใจว่ารัฐเดินมาถูกทางกับการพัฒนาอุตฯในประเทศ และทุก ๆ มาตรการส่งเสริมที่ออกมาจะเป็นส่วนสำคัญให้นักลงทุนรายเก่าที่ลงทุนอยู่แล้วไม่ย้าย

การผลิตไปไหน แต่จะทำการวิจัยเพิ่มเพื่อต่อยอดพัฒนาสินค้ารองรับการขยายธุรกิจแทน นอกจากนี้นักลงทุนรายใหม่จะหันกลับมาพิจารณาลงทุนในไทยมากขึ้น จากเดิมที่จะไปลงทุนในประเทศที่มีค่าแรงถูก แต่ไม่เอื้อในเรื่องความพร้อมอื่น ๆ

"ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดนี้ทำให้ผู้ประกอบการในกลุ่มยานยนต์กระปรี้กระเปร่าขึ้น โดยเฉพาะผู้ผลิตรายเล็ก ๆ ในท้องถิ่นสอบถามเข้ามามาก ปัจจุบันกลุ่มยานยนต์มีภาคการผลิตที่เป็นคลัสเตอร์กันอยู่แล้ว และส่วนใหญ่กระจายตั้งโรงงานอยู่ในภาคตะวันออก ทั้งชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา โดยกลุ่มอุตฯยานยนต์เองมองเห็นศักยภาพของพื้นที่ อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา ว่าน่าจะพัฒนาเป็นเมืองคลัสเตอร์ยานยนต์/ชิ้นส่วนยานยนต์"