วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

เส้นลายมือ เศรษฐี 100 ล้าน มาดูกันเร็ว


ภาพลายมือหลักทรัพย์ ลายมือคนรวย ที่นำมาแสดงไว้ด้านบนนี้ เป็นเพียง 1 แบบตัวอย่างของมือคนที่่รวย หากไม่ได้เกิดมารวยตั้งแต่ต้น ก็จะมีโอกาสที่จะสร้างตัวเองให้ร่ำรวยได้ด้วยเส้นลายมือดังการวิเคราะห์ต่อไปนี้ (ทั้งหมด 7 ตำแหน่ง)
หมายเลข 1 เส้นชีวิต จะเห็นว่าเส้นชีวิตมีปลายแยกออกบ่งบอกว่าในสุดท้ายชีวิตมั่นคงด้วยทรัพย์สินเงินทองและมีเส้นจากเส้นวาสนามาสัมผัสกับเส้นชีวิต หรือจะมองว่ามีเส้นแยกจากเส้นชีวิตไปรวมกับต้นเส้นวาสนาก็ได้และเส้นวาสนาแยกเป็นสามง่ามคล้ายกับต้นไม้แตกกิ่งก้าน เส้นวาสนาแบบนี้จะประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อยมีรายได้จากหลายทางสามรถทำงานหรือประกอบอาชีพได้หลายอย่างพร้อม ๆกัน จึงทำให้มีรายได้มาก มีความมั่นคงกับการทำมาหาได้
หมายเลข2
เส้นสมองเกิดห่างจากเส้นชีวิตพอประมาณ ไม่ห่างมากเกินไป และเส้นสมองมีลักษณะดีมากคือเส้นคมชัดไม่แตกไม่เป็นเกาะ เส้นยาวพอประมาณ ทิศทางปลายเส้นเข้าแนวอังคารสูง แสดงถึงสมองที่มีคุณภาพ เป็นนักคิด นักวางแผนที่ดี และกล้าได้กล้าเสียแต่ก็มีเหตุผลเพียงพอ กล้าตัดสินใจด้วยความเหมาะสมและทันต่อเวลาและสถานการณ์ (หากเส้นสมองเกิดรวมกันเส้นชีวิตลึกเข้ามาในมือ จะเป็นคนที่ลังเลขาดความเชื่อมั่นหรือขาดความมั่นใจในตัวเอง ไม่เป็นตัวของตัวเองเท่าที่ควร และไม่ค่อยกล้าตัดสินใจ )
หมายเลข3 เส้นใจหรือจิตใจ เป็นเส้นที่คมชัด ไม่แตก ไม่เป็นโซ่ ไม่มีเกาะ ยาวเข้าเนินพฤหัส(ใต้นิ้วชี้) แสดงถึงจิตใจที่มั่นคงมีความตั้งใจในสิ่งหนึ่งสิ่งใดแล้วจะทำให้ได้และมุ่งมั่นไปสู่เป้าหมายให้สำเร็จ เป็นคนมีคุณธรรมสูง จิตใจดีงามและมักจะได้รับความสุขความสำเร็จในชีวิตรักและครอบครัวเป็นอย่างดี ความรักลงตัว ครอบครัวดีจะเป็นพื้นฐานของความสำเร็จอีกหลาย ๆ อย่างตามมา ปลายเส้นใจแยกออกเล็กน้อย หมายถึงความพอเหมาะพอดีในเรื่องการใช้เหตุผลควบคุม ในขณะที่มีความเห็นอกเห็นใจหรือเข้าใจในอารมณ์ของคนอื่น รวมถึงเป็นคนให้ความสำคัญกับคำว่าศักดิ์ศรีและเกียรติยศ
หมายเลข4 เส้นวาสนา ยาวตรงถึงเนินเสาร์ ในมือนี้เส้นวาสนา (หมายเลข 1) คือเส้นเดียวกันเป็นเส้นที่ยาวต่อเนื่อง ไม่ขาดตอนหรือมีเส้นตัด จะมีแผ่วบางลงบ้างช่วงระหว่างเส้นสมองกับเส้นจิตใจ เส้นวาสนายาวต่อเนื่องแสดงว่าการประกอบอาชีพ หรือธุรกิจหน้าที่การงานมีความต่อเนื่อง ไม่สะดุด ไม่มีอุปสรรค จะมีบ้างช่วงที่เส้นจางหรือบางลง แต่ก็ไม่เป็นปัญหาเพราะเส้นไม่ขาดหรือเปลี่ยนตำแหน่ง แสดงว่ามีปัญหาก็แก้ไขได้ คนที่มีเส้นวาสนาดีเข้าไปสิ้นสุดที่ใต้โคนนิ้วกลาง บริเวณเนินเสาร์ และเนินเสาร์ก็ต้องเต็มมีความกว้างได้มาตรฐาน(ไม่แฟบหรือสูงเกินไป วัดระยะจากเส้นรัดข้อนิ้วกล่างล่างสุดถึงเส้นสมองไม่ต่ำกว่า 25 มม.)ก็จะมีหลักทรัพย์ หรือมีทรัพย์สินเงินทองมั่นคงได้อย่างแน่นอน (ดูเนินหลักทรัพย์ที่บริเวณเนินศุกร์ประกอบด้วย)
หมายเลข5 เส้นอาทิตย์หรือเส้นสำคัญ เกิดใต้นิ้วนางบริเวณเนินอาทิตย์ เส้นอาทิตย์เป็นพี่เลี้ยงหรือส่งเสริมเส้นวาสนา เส้นนี้เกิดขึ้นจากที่ใดก็ได้ปลายเส้นวิ่งเข้าเนินอาทิตย์ เนินอาทิตย์ที่สมบูรณ์และได้มาตรฐานคือวัดจากเส้นรัดข้อนิ้วนางลางสุดถึงเส้นใจมีระยะไม่น้อยกว่า 30 มม. เนินไม่แฟบแบนและไม่แคบเกินไป จะส่งเสริมเส้นอาทิตย์ จากภาพที่นำมานี้เส้นอาทิตย์เกิดขึ้นจากเส้นจิตใจ แสดงว่าเจ้าของมือมีความปรารถนาที่จะมีชื่อเสียงเงินทอง หรือมีความเด่นดังและสามารถทำได้ ด้วยได้รับอิทธิพลจากเส้นอาทิตย์นี้ซึ่งเป็นเส้นที่สวย ตั้งตรงไม่มีเส้นตัด คนที่มีเส้นอาทิตย์จะทำให้ชีวิตเดินเข้าสู่เป้าหมายได้เร็วกว่าคนอื่น คือมีตัวช่วย มีพลังพิเศษมาสนับสนุน เส้นอาทิตย์เปรียบได้กับดวงอาทิตย์ คือมีแสงสว่างในตัวเองและให้แสงสว่างแก่สรรพสิ่งอื่น ๆ ด้วย หรือหากจะมองแบบดาวในมือท่านก็เปรียบเป็นสิงโตผู้ยิ่งใหญ่ในหมู่สัตว์ คือเจ้าของมือจะมีความกล้าหาญ มีความรอบรู้ ฉลาด และมีพลัง จึงทำให้พิชิตเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว คนที่มีชื่อเสียงเด่นดังทุก ๆ คนจะมีเส้นอาทิตย์ที่สวยงามเสมอ
หมายเลข6 เส้นพุธ เป็นเส้นที่ส่งเสริมเส้นอาทิตย์ด้วย เป็นเส้นที่่สื่อถึงการเจรจา การใช้วาทะศิลป์ ความเฉลี่ยวฉลาด ความมีเหตุผลและความซับซ้อนในมิติการคิดอ่าน การเข้าถึงจิตใจของบุคคลอื่น การมีสัมผัสที่ 6 การการมีสุขภาพที่ดีหรือรู้จักดูแลใส่ใจหรือให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพ จึงเป็นคนที่มีสุขภาพดี และแจ่มใสอยู่เสมอ
หมายเลข7 เส้นจิตใจที่มีปลายแยกออกเป็นง่ามหรือปากซ่อม หมายถึงความเข้าถึงจิตใจคนอื่น เป็นนักปกครอง หรือบริหารจัดการได้ดีเยี่ยม รู้จักเข้ากับคนอื่น ๆ รู้วิธีแก้ปัญหาเรื่องคนได้อย่างดีเยี่ยม ตรงนี้คือลักษณะเด่นอีกหนึ่งประการของการเป็นผู้นำหรือเจ้าของกิจการจำเป็นที่จะต้องมี และอีกหนึ่งความหมายของปลายแยกเข้าสู่ใกล้ใต้โคนนิ้วชี้คือเกียรติยศ เป็นคนมีจิตใจรักเกียรติรักศักดิ์ศรี จึงหาวิธีหรือช่องทางเพื่อความมั่นคงและมีศักดิ์ศรีในสังคมเพิ่มเติมจากความร่ำรวยมีเงินทองแล้ว
สรุปนะครับว่าการที่จะเป็นคนรวยได้นั้นต้องมีองค์ประกอบหลาย ๆ อย่างประกอบกัน แต่ก็ใช่ว่าจะต้องมีครบทุกองค์ประกอบ บางคนเส้นชีวิตดี สุขภาพดี ไม่เจ็บป่วยประกอบกับเส้นสมองดีก็รวยได้แต่จะรวยมากสู้กับคนที่มีวาสนาดีและเส้นอาทิตย์ดีคงจะไม่ใช่ บางคนเกิดมาไม่รวย เส้นสมองดี เส้นจิตใจดีก็อาจได้ทุนเรียนและมีโอกาสร่ำรวยได้เช่นกัน แต่ก็ต้องดูุเส้นวาสนาและเส้นอาทิตย์ประกอบ เส้นวาสนาคือเส้นทีจะส่งผลเรื่องการงาน อาชีพ การดำเนินชีวิต เส้นอาทิตย์จะส่งเสริมเรื่องโอกาส ความเฉลียวฉลาด ความมีชื่อเสียงและโด่งดัง อย่างไรก็ตาม จะดูลายมือเพียงเส้นหนึ่งเส้นใด หรือตำแหน่งใด ๆ เพียงลำพังไม่ได้ ต้องดูประกอบกัน เพราะแต่ละคนก็มีจุดเด่นจุดด้อยที่แตกต่างกันไป ดังนั้นผู้ที่เป็นนักพยากรณ์ลายมือที่มีประสบการณ์หรือมีความชำนาญพอก็ย่อมบอกได้ว่าท่านจะรวยหรือไม่ เริ่มต้นรวยเมื่อใด สุดท้ายในอนาคต หรือบั้นปลายชีวิตจะมั่นคงหรือร่ำรวยมากน้อยเพียงใด แต่ถ้าคุณมีเส้นทุกเส้นครบ แต่ไม่สร้างอะไรเลย มันจะรวยได้อย่างไร??

http://horoscope.sanook.com/91923/

ดีลตรง "70ธุรกิจยักษ์" ทั่วโลก สิทธิพิเศษรายตัวบูม 10 อุตฯอนาคต

updated: 28 พ.ย. 2558 เวลา 10:30:59 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์รั

ฐกางสูตรส่งเสริม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต ให้สิทธิพิเศษภาษี-ถือครองที่ดิน 99 ปี ดีลตรงต่างชาติ 70 บริษัทต่อยอดอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่-อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ-ท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดี-เกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ-การแปรรูปอาหาร ดัน 5 กลุ่มใหม่ ยึดโมเดลชายฝั่งทะเลตะวันออกเป็นต้นแบบ เอกชนขานรับ
แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรมเปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า จากที่รัฐบาลได้ออกมาตรการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในระยะสั้น โดยมุ่งช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย เกษตรกร ผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) การเร่งรัดเบิกจ่ายโครงการลงทุนภาครัฐ การส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชน รวมทั้งช่วยเหลือภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และคนซื้อบ้าน ซึ่งหลายมาตรการเริ่มปรากฏผลทิศทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับ



ล่าสุด กระทรวงเสาหลักด้านเศรษฐกิจ 7 กระทรวงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตามนโยบายระยะยาวเพื่อสร้างอนาคตของประเทศไทย ที่ทีมเศรษฐกิจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังเร่งขับเคลื่อนผลักดันด้วยการปรับโครงสร้างด้านการผลิตทั้งภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และการบริการ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการรับฟังความคิดเห็นและการให้ข้อเสนอแนะโดยนักลงทุนและเจ้าของเทคโนโลยีสำคัญทั่วโลกกว่า 70 ราย นำมากำหนดแผนและนโยบายในการส่งเสริมการลงทุน "อุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่อนาคต"

ชูธง 10 อุตฯเป้าหมาย

เป็นเหมือนคู่มือแนะนำและดึงดูดให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายในประเทศไทย ประกอบด้วย 1.การต่อยอดอุตสาหกรรมเดิม (First S-Curve) ได้แก่ 1.1 อุตฯยานยนต์สมัยใหม่ (Next-generation Automotive) 1.2. อุตฯอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (Smart Electronics) 1.3.อุตฯการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Affuent, Medical and Wellness Tourism)

1.4 การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ (Agriculture and Biotechnology) และ 1.5 อุตฯการแปรรูปอาหาร (Food for the Future)

2.เพิ่ม 5 อุตฯอนาคต (New-S-Curve) ซึ่งเป็นอุตฯใหม่ที่ไทยมีศักยภาพในการแข่งขันและมีผู้สนใจลงทุน ได้แก่ 2.1 อุตฯหุ่นยนต์ (Robotics) 2.2 อุตฯการบินและโลจิสติกส์ (Aviation and Logistics) 2.3 อุตฯเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ (Biofuels and Biochemicals) 2.4 อุตฯดิจิทัล (Digital) และ 2.5 อุตฯการแพทย์ครบวงจร (Medical Hub)

เปิดพื้นที่ส่งเสริมอุตฯอนาคตไทย

แนวทางพัฒนาระยะสั้น-ปานกลาง จะยกระดับอุตฯเดิม 5 อุตฯเป้าหมายที่เป็น First S-Curve เพื่อต่อยอดการเจริญเติบโต ระยะยาว พัฒนาอุตฯแห่งอนาคต 5 อุตฯเป้าหมาย หรือ New-S-Curve เพื่อยกระดับเศรษฐกิจไทยแบบก้าวกระโดด โดยในส่วนของอุตฯอนาคตกำหนดพื้นที่ส่งเสริมการลงทุนดังนี้ อุตฯหุ่นยนต์ พื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก อุตฯการขนส่งและการบิน พื้นที่สนามบินพัทยา-อู่ตะเภา อุตฯการแพทย์ครบวงจร พื้นที่วิจัยและพัฒนาให้อยู่ในโรงเรียนแพทย์ คลัสเตอร์การแพทย์ เช่น กรุงเทพมหานคร (กทม.) พัทยา อุตฯเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ อยู่ในพื้นที่ปลูกอ้อย มันสำปะหลัง และอุตฯต่อเนื่องอยู่บริเวณมาบตาพุด อุตฯดิจิทัลอยู่ในเมืองใหญ่ทั่วประเทศ เช่น กทม. เชียงใหม่ ภูเก็ต

ยึดโมเดลนิคมอุตฯภาคตะวันออก

ทั้งนี้ จากที่ปัจจุบัน 6 ใน 10 อุตฯเป้าหมาย

ทั้ง First S-Curve และ New-S-Curve ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก คือ ยานยนต์แห่งอนาคตอยู่ในพื้นที่ ชลบุรีและศรีราชา อุตฯอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะอยู่ในสมุทรปราการ ชลบุรี ศรีราชา ท่องเที่ยวระดับคุณภาพอยู่ที่พัทยา ระยอง อุตฯหุ่นยนต์อยู่ในชลบุรี ศรีราชา อุตฯการบินอยู่ที่อู่ตะเภา สัตหีบ และอุตฯไบโอเคมี อยู่ที่มาบตาพุด จากปัจจัยพื้นฐานความแข็งแกร่งจากในอดีต รัฐบาลจึงจะนำเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออกมาเป็นตัวจุดประกายในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจการลงทุนพิเศษ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอุตฯเป้าหมายทั้ง 10 อุตฯ

ทั้งนี้ปัจจัยความสำเร็จในการดึงนักลงทุนจากทั่วโลกต้องมีกลไกการกำกับดูแลการพัฒนาอุตฯเป้าหมายและเขตเศรษฐกิจพิเศษซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมาย ประกอบด้วย 1.คณะกรรมการการลงทุนอุตฯเป้าหมาย ทำหน้าที่กำหนดแผนการลงทุน กำหนดผู้ลงทุนรายสำคัญ 2.คณะกรรมการกองทุนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรม มีหน้าที่เจรจากับผู้ลงทุนรายสำคัญ เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทั่วไปและสิทธิประโยชน์พิเศษ 3.คณะกรรมการกำกับดูแลเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือเขตเศรษฐกิจการลงทุนพิเศษ ทำหน้าที่อนุมัติแผนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ โครงการการลงทุนคลัสเตอร์ โครงสร้างพื้นฐาน และบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยมีสำนักงานบริหารเขตเศรษฐกิจการลงทุนพิเศษ ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุน ดำเนินการด้านสิทธิประโยชน์ และติดตามความคืบหน้าในการติดต่อและชักจูงนักลงทุนกลุ่มเป้าหมายและเป็นเลขานุการให้คณะกรรมการระดับชาติ

ตั้งกองทุนพัฒนาเศรษฐกิจ

ขณะเดียวกันเพื่อผลักดันให้การลงทุนในอุตฯเป้าหมายเกิดขึ้นเป็นรูปธรรม รัฐบาลกำหนดมาตรการส่งเสริมการลงทุน ประกอบด้วยมาตรการทางการเงิน มาตรการทางการคลัง และมาตรการส่งเสริมอื่น ๆ เพิ่มเติม นอกเหนือจากมาตรการส่งเสริมการลงทุนภายใต้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ทั้งนี้ กรอบนโยบายและมาตรการส่งเสริมทั้งด้าน

การเงิน การคลัง และมาตรการอื่น ๆ ที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ และ 7 กระทรวงเศรษฐกิจเสนอ และได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว

งัดมาตรการการเงิน-การคลังหนุน

ในส่วนของมาตรการทางการเงินจะจัดตั้ง "กองทุนพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรม" ขึ้น ทำหน้าที่ให้เงินสนับสนุนให้เงินกู้ยืม หรือชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ หรือเป็นกองทุนในการลงทุนโครงการลงทุนพิเศษ โดยสามารถให้เงินสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนา รวมทั้งสร้างบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอุตฯเป้าหมาย และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรม

มาตรการการคลัง อาทิ กำหนดสิทธิประโยชน์พิเศษ ยกเว้นอัตราภาษีนิติบุคคลเป็นเวลา 10-15 ปี สำหรับโครงการที่มีความสำคัญสูงในอุตฯเป้าหมาย เพิ่มเติมจากสิทธิประโยชน์สูงสุด 8 ปี ตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนทั่วไป กำหนดสิทธิประโยชน์พิเศษยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้เชี่ยวชาญไม่เกิน 15% อัตราภาษีรายได้บุคคลธรรมดา

ของผู้เชี่ยวชาญชั้นนำระดับนานาชาติ และไม่เกิน 15% สำหรับผู้เชี่ยวชาญระดับสูง และผู้บริหารระดับสูงที่จำเป็นในโครงการลงทุน และสามารถสร้างประโยชน์ให้ประเทศ และแก้ไขโครงสร้างอากรขาเข้าชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตหรือให้บริการในอุตฯเป้าหมาย (หรือใช้มาตรา 12 ของกระทรวงการคลัง) เนื่องจากอัตราอากรของชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์สูงกว่าผลิตภัณฑ์ รวมทั้งยกเว้นอากรขาเข้าของนำเข้าเพื่อทำการวิจัย พัฒนา หรือทดสอบ

สิทธิเข้า-ออก ปท.-ถือที่ดิน 99 ปี

ส่วนมาตรการอื่น ๆ ประกอบด้วย การกำหนดสิทธิประโยชน์การเข้าออก และการทำงานของผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากต่างประเทศ เทียบเท่าคนไทยครั้งละ 5 ปี ตลอดอายุการส่งเสริมการลงทุน กำหนดสัดส่วนการถือหุ้นสำหรับนักลงทุนต่างชาติ 100% ในระยะเริ่มต้น หรือกรณีเป็นการลงทุนวิจัยและพัฒนา (R&D) ที่เกี่ยวข้องกับลิขสิทธิ์และสิทธิบัตร ซึ่งนักลงทุนไทยไม่มีความเชี่ยวชาญ และกำหนดสิทธิประโยชน์พิเศษให้ผู้ลงทุนต่างชาติ การถือครองที่ดิน 99 ปี โดยขายคืนให้รัฐบาลเมื่อครบกำหนด

ธุรกิจโรงพยาบาลหนุนเต็บสูบ

นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บางกอก เชน ฮอสปิทอล และที่ปรึกษาสมาคมโรงพยาบาลเอกชน มองว่า นโยบายดังกล่าวควรทำมานานแล้ว เพราะธุรกิจการแพทย์เป็นอุตฯบริการ และการจะผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ของภูมิภาคหรือของโลกในอนาคตมีความจำเป็น ต้องมีความชัดเจนเชิงนโยบายและปรับปรุงข้อจำกัดต่าง ๆ ทั้งเชิงกฎหมายการลงทุน การขอวีซ่าเข้าประเทศ การผลิตบุคลากรการแพทย์ที่ต้องให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการผลิต เพื่อตอบโจทย์และลดการขาดแคลน

"ควรทำมานานแล้วและทำให้ชัดเจน วันนี้มีการพูดแล้วว่าธุรกิจเฮลท์แคร์น่าจะเป็นธุรกิจบริการดาวเด่น อาทิตย์ที่แล้วมีการเรียกคุยไปแล้ว 1 รอบ ภายในสัปดาห์นี้กำลังทำแผนอยู่ น่าจะหารือกันอีกเป็นระยะ ๆ นโยบายดังกล่าวไม่มีกลุ่มไหนได้ประโยชน์ แต่เป็นประเทศไทยได้ประโยชน์ ทุกคนคาดหวังว่าจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านเฮลท์แคร์ เพราะการเปิดอาเซียนจะเริ่มขึ้นแล้ว"

สิทธิประโยชน์ใหม่จูงใจพอ

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า มั่นใจว่าการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษรูปแบบคลัสเตอร์จะเกิดขึ้นได้แน่นอน

จากมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่รัฐใช้เป็นเครื่องมือเร่งรัดให้เกิดการลงทุนจริง อาทิ มาตรการทางภาษีของบีโอไอ เช่น ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 8 ปี ลดหย่อนภาษี 50% เพิ่มเติม 5 ปี ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร และมาตรการทางการคลังที่อยู่ระหว่างพิจารณาให้กิจการเพื่ออนาคตยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 10-15 ปี และจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 0-15%

สำหรับผู้เชี่ยวชาญชั้นนำในระดับนานาชาติที่ทำงานในพื้นที่กำหนดทั้งคนไทยและต่างชาติ รวมถึงกองทุนเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันอุตสาหกรรมเป้าหมายในประเทศ วงเงิน 10,000 ล้านบาท และอื่น ๆ ถือว่าเพียงพอแล้ว และกลุ่มนักลงทุนอุตฯเป้าหมายอย่างไฮเทคโนโลยีสนใจเข้ามาลงทุนมากกว่าเดิม เพราะปัจจัยหลายอย่างจูงใจ เช่น สิทธิประโยชน์ เศรษฐกิจที่กำลังฟื้น เห็นได้จากยอดขอส่งเสริมการลงทุนมีเกือบ 2,000 โครงการ มูลค่า 6.9 แสนล้านบาท

"ส่วนที่มองว่าสิทธิประโยชน์ที่รัฐให้ยังไม่พอ อาจมีแค่บางกลุ่มเท่านั้น ซึ่งไม่อยากให้เอาไปเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะสิทธิประโยชน์และค่าแรง ควรมองว่าไทยเองมีความพร้อมและเหนือกว่าคู่แข่งเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภค โลจิสติกส์"

กลุ่มยานยนต์ขานรับลงทุน

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. กล่าวว่า กลุ่มยานยนต์เป็นส่วนหนึ่งในอุตฯเป้าหมายที่ถูกผลักดันให้เกิดเป็นคลัสเตอร์ และยกระดับสู่การเป็นซูเปอร์คลัสเตอร์ มั่นใจว่ารัฐเดินมาถูกทางกับการพัฒนาอุตฯในประเทศ และทุก ๆ มาตรการส่งเสริมที่ออกมาจะเป็นส่วนสำคัญให้นักลงทุนรายเก่าที่ลงทุนอยู่แล้วไม่ย้าย

การผลิตไปไหน แต่จะทำการวิจัยเพิ่มเพื่อต่อยอดพัฒนาสินค้ารองรับการขยายธุรกิจแทน นอกจากนี้นักลงทุนรายใหม่จะหันกลับมาพิจารณาลงทุนในไทยมากขึ้น จากเดิมที่จะไปลงทุนในประเทศที่มีค่าแรงถูก แต่ไม่เอื้อในเรื่องความพร้อมอื่น ๆ

"ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดนี้ทำให้ผู้ประกอบการในกลุ่มยานยนต์กระปรี้กระเปร่าขึ้น โดยเฉพาะผู้ผลิตรายเล็ก ๆ ในท้องถิ่นสอบถามเข้ามามาก ปัจจุบันกลุ่มยานยนต์มีภาคการผลิตที่เป็นคลัสเตอร์กันอยู่แล้ว และส่วนใหญ่กระจายตั้งโรงงานอยู่ในภาคตะวันออก ทั้งชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา โดยกลุ่มอุตฯยานยนต์เองมองเห็นศักยภาพของพื้นที่ อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา ว่าน่าจะพัฒนาเป็นเมืองคลัสเตอร์ยานยนต์/ชิ้นส่วนยานยนต์"

Power up ด้วย Power nap


การงีบระหว่างวัน. อย่างถูกที่และถูกเวลา มีประโยชน์ !!
การงีบที่มีประสิทธิภาพ หรือ Power nap อยู่ที่ 20. นาที ช่วยเพิ่มความสดชื่น สดใส ใน...การทำงาน
ส่วนการงีบที่กินเวลาเกิน 30. นาที - 1 ชั่วโมง อาจทำให้คุณง่วงค้าง ไม่เหมาะในการงีบระหว่างวันทำงาน
ส่วนการงีบที่ประมาณ 1.30 ชม ได้ประโยชน์เหมือนการนอนปกติ แต่กินเวลานานเกินไป ไม่เหมาะกับวันทำงาน
บริษัทดังๆในต่างประเทศ สนับสนุนให้คนในองค์กรมีเวลา Nap ระหว่างวัน
บุคคลที่มีชื่อเสียงหลายคนก็ power nap เป็นประจำ
ถ้าเรามีเวลาพัก 1. ชั่วโมง จัดเวลาทานอาหาร แล้ว หาเวลางีบสัก 20. นาที อย่าให้เกิน 30. นาที ทำให้เรา fresh ขึ้น ไม่ง่วงค้าง และทำงานมีประสิทธิภาพขึ้นด้วยครับ. ลองดูครับ
Power up ด้วย Power nap
‪#‎มาpowernapกันไหม






วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2559

มจธ.ผลิต “เอทิลไบโอดีเซล” ไม่ใช้ความร้อนรายแรกของโลก

21 พฤศจิกายน 2558 07:47 น.
http://manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9580000128934

มจธ.ผลิต “เอทิลไบโอดีเซล” ไม่ใช้ความร้อนรายแรกของโลก
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
มจธ.ผลิต “เอทิลไบโอดีเซล” ไม่ใช้ความร้อนรายแรกของโลก

“การนำเอทานอล คือ แอลกอฮอล์ชนิดที่ได้จากพืช มาใช้ผลิตเอทิลไบโอดีเซล กำลังจะเป็นทางออกที่ดีที่ทำให้ประเทศไทย ก้าวไปอีกขั้นในการคิดค้นเชื้อเพลิงพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเป็นประโยชน์กับเกษตรกร รวมถึงภาคอุตสาหกรรมของไทย” รศ.ดร.คณิต กฤษณังกูร นักวิจัยคณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) สะท้อนถึงความสำคัญของเอทิลไบโอดีเซล เชื้อเพลิงพลังงานอนาคตของประเทศไทย
      
       ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตเอทานอล และไบโอดีเซล (เชื้อเพลิงที่ผลิตจากแหล่งทรัพยากรหมุนเวียน) เพื่อทดแทนน้ำมันเบนซิน หรือแก๊สโซลีน และน้ำมันดีเซล ซึ่งส่วนใหญ่ได้มาจากกระบวนการทางปิโตรเลียม/ปิโตรเคมี ในขณะที่เมทานอล (ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการกลั่นทางปิโตรเคมี) มีแนวโน้มราคาสูงขึ้นเรื่อย ๆ สวนทางกับเอทานอล ที่ประเทศไทยสามารถผลิตได้เองและเพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ
      
       รศ.ดร.คณิต กล่าวว่า หากมีการขยายการใช้ไบโอดีเซล จากบี 5 เป็นบี 7 หรือบี 10 (น้ำมันดีเซลที่ผสมไบโอดีเซล 5, 7 และ 10% ตามลำดับ) ปริมาณความต้องการไบโอดีเซลก็จะสูงขึ้น การเติบโตของภาคเกษตรและอุตสาหกรรมก็จะโตตาม ทำให้คาดคะเนได้ไม่ยากว่าในอนาคตเอทิลไบโอดีเซลจะเป็นเชื้อเพลิงแห่งอนาคต เราจึงคิดที่จะนำเอาเอทานอล ซึ่งล้นตลาดอยู่ ณ ขณะนี้มาศึกษาวิจัย ถึงความเป็นไปได้ในการผลิตเชื้อเพลิงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่กระบวนการผลิต จนกระทั่งออกมาเป็นเชื้อเพลิงที่สะอาด อีกทั้งช่วยเหลือเกษตรกรและภาคอุตสาหกรรมไปด้วยพร้อม ๆ กัน
      
       ด้วยความรู้ด้านงานวิจัยเชื้อเพลิงพละงงานมากว่า 25 ปี จึงส่งผลให้ รศ.ดร.คณิต สามารถผลิตเอทิลไบโอดีเซลแบบต่อเนื่อง โดยไม่ใช่ความร้อนและกลีเซอรอลบริสุทธิ์ ได้ประสบความสำเร็จเป็นรายแรกของโลก จนได้รับรางวัลความคิดสร้างสรรค์พลังงานทดแทน จากสำนักนโยบายและแผนพลังงานกระทรวงพลังงาน ซึ่งก่อนหน้านี้ ยังได้คิดค้นปฏิกรณ์แบบต่อเนื่องซึ่งต้องใช้ความร้อนและตัวทำละลายอินทรีย์ (organic solvent) เพื่อเตรียมเมทิลไบโอดีเซล ได้เป็นรายแรก ๆ ของโลกด้วย
      
       “ก่อนหน้านี้ เราพบว่า ตัวเมทานอลกับน้ำมันจะมีความไม่เข้ากันอยู่มาก ซึ่งพอไม่เข้ากันปฏิกิริยาก็จะเกิดช้า เราจึงคิดที่จะหาตัวที่จะไปกระทำให้เกิดความเข้ากันเพื่อเร่งให้เกิดปฏิกิริยาได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ เรายังเคยใช้ไมโครเวฟเป็นตัวส่งความร้อนให้เกิดปฏิกิริยาขึ้นตามที่เราคาดคะเน ก็ได้ผลเช่นกัน แต่ยิ่งเราทำไป ๆ ก็ค้นพบว่าการไม่ใช้ความร้อนเลยก็อาจจะทำได้เช่นกัน จึงเป็นที่มาของการเขียนโครงการนี้ขึ้น และของบประมาณสนับสนุนจาก กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน สำนักนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน ใช้เวลาในการวิจัยประมาณ 1 ปีก็ทำสำเร็จ
      
       รศ.ดร.คณิต กล่าวว่า การใช้น้ำมันพืชทำปฏิกิริยากับเอทานอล โดยมีด่างเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่เรียกว่า ปฏิกิริยาทรานส์เอทิเลชัน (Transethylation) ผลจากการทดลองพบว่าการผลิตไบโอดีเซลจากปฏิกิริยา ดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่เกิน 1 นาที ในสภาวะอุณหภูมิห้องหากมีการสัมผัสระหว่างน้ำมัน แอลกอฮอล์ และตัวเร่งปฏิกิริยาที่ดี นอกจากนี้ ยังได้ประดิษฐ์ micro-reactor สำหรับปฏิกิริยา Transethylation ปฏิกิริยาจะสมบูรณ์ภายในเวลา 45 วินาที ที่อุณหภูมิห้อง เนื่องจากปฏิกรณ์นี้ออกแบบมาให้มีการสัมผัสระหว่างน้ำมัน แอลกอฮอล์ และตัวเร่งปฏิกิริยาเกิดได้ดี
      
       “สำหรับเอทิลไบโอดีเซลที่ได้ พบว่า มีค่าซีเทน (Cetane Number) ตามมาตรฐานของยุโรปบ่งบอกถึงคุณภาพของการจุดระเบิดของเชื้อเพลิงที่ดี การเผาไหม้ดีกว่าจึงปลดปล่อย CO2 ได้ลดลง นอกจากนี้ ยังได้กลีเซอรีนซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์พลอยได้ (by-product) ที่ใสและบริสุทธิ์กว่าที่ได้จากกระบวนการผลิตเมทิลไบโอดีเซล สามารถนำกลีเซอรีนไปฟอกสี และทำสบู่ได้ดีกว่า” รศ.ดร.คณิต กล่าว
      
       นับว่าเป็นทางเลือกหนึ่งของคนไทยในอนาคต ที่นอกจากจะได้เชื้อเพลิงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังได้ใช้วัตถุดิบที่ผลิตได้เองภายในประเทศ ลดการนำเข้า ส่งเสริมภาคเกษตรและอุตสาหกรรมอย่างโรงงานผู้ผลิตเอทานอล และโรงหมักต่าง ๆ ได้จริง

จากเด็ก “ต่างด้าว” สู่เจ้าของธุรกิจ สังฆภัณฑ์ ออนไลน์เงินล้าน

ผมได้มีโอกาสรู้จักคุณทัศน์ ในงานสัมมนาหนึ่ง ตอนนั้นผมเป็นวิทยากร คุณทัศน์เป็นผู้เข้าอบรม คุณทัศน์เป็นคนเงียบ ๆ แต่เก็บรายละเอียดทุกเม็ดของสัมมนา หลังจากนั้นผมก็เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหว ธุรกิจของคุณทัศน์ และนี่คือเรื่องราวที่คุณทัศน์ได้มาบอกเล่าถึงที่มาที่ไปของธุรกิจ “สังฆภัณฑ์” เงินล้าน ที่ผมบอกได้เลยครับว่า ต่อให้เราจนสักเพียงไหน ต่อให้เราขาดโอกาสสักเพียงไหน หากเรา “ไม่ยอมแพ้” ทุกสิ่งอย่างก็จะเป็นของเราด้วย การลงมือทำ อย่างพยายาม
คุณทัศน์ แนะนำตัวกับเพื่อน ๆ หน่อยครับ
ผมชื่อ สุทัศน์  ศรีพรม ชื่อเล่นทัต  ครับ  อาชีพปัจจุบันเจ้าของร้านบูชาสังฆภัณฑ์ออนไลน์
จำหน่ายเครื่องสังฆภัณฑ์  และของใช้ทำบุญทุกชนิด เช่น พระพุทธรูป, ระฆัง ฆ้อง กลอง, เครื่องบวชเครื่องกฐิน เป็นต้น
ทราบว่าเป็นคนต่างด้าวเป็นมาอย่างไรมาเป็นเจ้าของกิจการครับ
ผมเป็นเด็กต่างด้าว จากแขวงจำปาสัก อาศัยวัดบวชเรียนเขียนอ่าน เรียนจบก็ลาสิกขา  ออกมาแรก ๆ ก็ยังอาศัยวัดอยู่  และทำงานเดินขายซิมโทรศัพท์  DTAC  รับผิดชอบเขตฝั่งธน  และแถวสะพานควาย  ทำได้ 3 เดือน  เขาจะบรรจุเป็นพนักงานประจำ แต่ไม่มีบัตรประชาชนก็เลยหมดสิทธิ์ เป็นพนักงาน DTAC  ลาออกมาหางานใหม่ ถูกหลอกให้ทำงานแชร์ลูกโซ่เสียเงินฟรีไป 5,000  บาท ลาออกมาเป็นเซลขายนาฬิกา,กระติกน้ำ,ฯ ตามบ้านเรือนประชาชน ทำอยู่ 3 เดือน  ก็ลาออกอีก
ออกจากงานไม่มีงานทำเอาเงินที่ไหนใช้ครับ 
เวลาตกงาน  สถานที่ที่คิดถึงมากที่สุดก็คือ “วัด” อย่างน้อยก็มีข้าวให้ประทั้งชีวิตไปวัน ๆ
ผมเข้าวัดที่รู้จักมักคุ้นกับครูบาอาจารย์ ท่านก็สอบถามสรทุขร์สุขดิบทราบว่าผมตกงานท่านก็แนะนำให้ไปสมัครงานร้านขายเครื่องสังฆภัณฑ์ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เนื่องจากท่านรู้จักกับ
เจ้าของ  บอกว่ามาจากท่าน  และท่านก็โทร.ไปฝากฝัง หลังจากนั้นผมก็ได้ทำงานในห้างสรรพสินค้าสังฆภัณฑ์  เป็นเวลา  6  ปี  จากเงินเดือน 6,000  บาท ขึ้นมาตามลำดับสูงสุด ได้เงินเดือน  15,000  บาท
รับหน้าที่อะไรบ้างครับ งานทำ
ทำทุกอย่าง  ทำทุกหน้าที่  ตั้งแต่เด็กยกของ ส่งของ ขายของ  เดินแจกโบว์ชัว  ทั่วผืนที่ในย่านเขตฝั่งธน  (ยกเว้นฝ่ายบัญชี  และฝ่ายบุคคล) เป็นพนักงานฝ่าย IT  ออกแบบและจัดทำเว็บไซต์, โบว์ชัวร์  แค็ตตาล็อก,นามบัตร, โฆษก,พิธีกรงานทำบุญต่าง ๆ, หัวหน้าฝ่ายการตลาด, หัวหน้าฝ่ายกิจกรรม และรับจัดงานทำบุญครบวงจร และ ได้ทำงานใกล้ชิดเถ้าแก่  คือเจ้าของ ซึ่งเปรียบเสมือนพ่อ  พี่ชายก็ว่าได้
จากลูกจ้าง เปลี่ยนมาเป็นเจ้าของกิจการได้อย่างไร
ผมคิดตลอดเวลา  “เป็นลูกจ้างไม่รวย”  มันฝังอยู่ในหัว  เราต้องเป็นเจ้าของกิจการให้ได้
แต่ไม่เคยคิดว่าจะเป็น ขายเครื่องสังฆภัณฑ์  ตอนนั้นคิดว่าจะเปิดรับจัดทำเว็บไซต์,ป้ายโฆษณา
ซึ่งทำไปทำมา เอ…..เราไม่ได้เชี่ยวชาญจริงนี่หวา อีกอย่างกว่าจะได้เงินลูกค้า ยากเย็นสะเหลือเกิน กำไร  ก็น้อย  คู่แข่งก็เยอะ  อ่านในหนังสือก็บอกว่า ทำจากสิ่งที่ถนัดแล้วรวย…. เชื่อเลยครับ
เปลี่ยนความคิดทันที
ความจริงคิดอยากจะลาออก…ประมาณ  ปีกว่า ๆ  แต่ก็ผัดตัวเองมาเรื่อย หรือ  ยังทำใจไม่ได้  ผมรักองค์กร  รักงานนี้เท่ากับชีวิตผมเลย เพราะทำแล้วมีความสุข  ในองค์กรไม่มีใครเชี่ยวชาญงานเท่าเราอีกแล้ว ยกเว้นเจ้าของ  และแล้ววันนั้นก็มาถึง  วันที่ผมตัดสินใจลาออก เจ้านายเรียกไปพบเพื่อสอบถามเรื่องการทำเว็บไซต์ให้แฟนขายสินค้า “เครื่องสังฆภัณฑ์”  ท่านแจ้งว่ามีคนมารายงาน จะให้ทำอย่างไร  นายมีทางเลือก 2 ทาง  1.หยุดการกระทำนั้นทุกอย่าง แล้วปรับปรุงตัวใหม่เริ่มใหม่ไม่ยุ่งเรื่องเว็บไซต์นั้นอีก  2.ลาออก
ให้เวลานายภายในวันนี้ตัดสินใจ  ผมขอเลื่อนการตัดสินใจเป็นพรุ่งนี้เช้าได้ไหม นายบอกว่าไม่ได้ เป็นสถานการณ์ที่บีบหัวใจและชีวิตมาก
“ผมขอลาออกครับ”เพื่อแสดงความรับผิดชอบ และความสบายใจของทุกคน
จากนั้นเจ้านายก็ร่ายยาว…….”คุณต่างจากคนในครอบครัวผมแค่ ไม่ได้นอนที่บ้านผมและไม่ได้ทานข้าวเย็นด้วยกันทุกมื้อเท่านั้น”
แค่นี้แหละครับ  น้ำตาผมไหลพร่างพรูอย่างกับสายฝน
ออกมาเป็นเจ้าของธุรกิจเอง เป็นอย่างไรบ้าง เจอปัญหามากน้อยขนาดไหน
การลาออกแม้จะเจ็บปวด….แต่ผมทำเพื่ออนาคตของตัวเอง  ซึ่งเรามองเห็นโอกาสมองเห็นอนาคตอยู่แล้ว  ถ้ารอพร้อม มีเงินเก็บมีเงินทุน  เรารอพร้อม แต่เวลาไม่เคยรอเราพร้อมไม่พร้อม
ธุรกิจผมเริ่มต้นจากห้องเช่าน้อย ๆ ของอพาร์ทเม้นท์ และก็ทำเว็บไซต์เอง  ขายเอง
ซึ่งเราทำของบริษัทฯ ประสบความสำเร็จมาแล้ว  แล้วทำไมของตัวเองจะทำให้ประสบความสำเร็จไม่ได้ ต่างแค่เราไม่มีสถานที่หน้าร้าน  ไม่มีสินค้าโชว์  ไม่มีเงินทุน ไม่มีบุคลากร  ไม่มีแม้แต่รถยนต์  ผมมีมอเตอร์ไซต์รถคันแรกของชีวิต
สิ่งที่มีมากที่สุดของผม ก็คือ  ประสบการณ์  ความรู้ความสามารถล้วน ๆ  ถ้าเป็นจอมยุทธ  ผมมีเพียงแค่เพลงกระบี่  และพลังภายใน  เงินทุนจริง ๆมีประมาณหมื่นกว่าบาท รวมกันสองคนกับแฟน  แน่นอนครับ ความรัก + ความหวัง + ความฝัน  ทุกอย่างเป็นจริงได้อย่างมหัศจรรย์
สิ่งมหัศจรรย์ที่สุดก็คือ  เว็บไซต์….ผมทำเว็บไซต์ด้วยชีวิต  และจิตวิณญาณของตัวเอง ของคนที่กลัวอดตาย  เพราะวันพรุ่งนี้….ไม่มีใครจ่ายเงินเดือนให้เรา  เราเท่านั้นที่จะต้องจ่ายให้ตัวเอง
เพราะฉะนั้น  คำว่าท้อ คำว่ายอมแพ้ คำว่าเป็นไปไม่ได้  ถ้ามีก็โง่ที่สุดในโลก เท่ากับฆ่าตัวตายครับ
มีปัญหาบ้างไหม ?
ตอบตามตรงครับ  โคตรเยอะที่สุดในโลก  แต่สิ่งที่ผมท่องอยู่ตลอดทุกลมหายใจคือ  อดทน  ไม่ยอมแพ้  ใช้สติให้มากที่สุด  ยึดหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า
ถ้าไม่ประสบความสำเร็จ  เราขอยอมตายไปข้างหนึ่ง  เราขอพิสูจน์  เราขออุทิศชีวิตทำเพื่อสิ่งนี้ครับ  ตกเย็นก่อนนอนช่วงเริ่มต้นทำธุรกิจ  ผมกับแฟนสวดมนต์ทุกวัน  ตื่นเช้ามาวันพระก็ตักบาตร
ทำบุญอุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร และตั้งจิตอธิษฐานให้ธุรกิจของเราดำเนินไปได้และเจริญเติบโต
เป็นความเชื่อของอดีตมหาที่ชื่อ “ สุทัศน์  ศรีพรม”  ครับ  เราเชื่ออย่างนั้น
มีปัญหา…เราก็ต้องแก้เป็นข้อ ๆ เหมือนแก้ปมที่เชือก
ตอนไหนคือวิกฤติที่สุดในการทำธุรกิจ ผ่านมาได้อย่างไร
นึกถึงผมขายของออนไลน์ อยู่บนอพาร์ทเม้นท์ ลูกค้าก็ต้องถามร้านอยู่ที่ไหน
บริการจัดส่งไหม  แน่นอนครับ  ผมก็ต้องแจ้งลูกค้าว่า  เราบริการจัดส่งถึงบ้าน ถึงที่  ไม่ต้องห่วงไม่ต้องกังวลครับ  ช่วงแรกไม่มีรถส่งของ แท็กซี่บ้าง,  ยืมรถคนอื่นบ้าง,จ้างรถคนอื่นบ้าง  ทำเรื่องซื้อรถก็ไม่ผ่าน เนื่องจากเขาดูเงินในบัญชีเราไม่เยอะ  ขออ้อนวอนคนค้ำเขาก็ไม่กล้า แฟนผมนั่งร้องไห้มองหน้ากันไปมา  สิ่งเดียวที่ผมทำได้คือ  กัดฟัน….อดทน….และตั้งจิตอธิษฐานขอให้ได้รถส่งของสักคัน  เพื่อเราจะส่งบุญ….เพื่อเราจะเป็นสะพานบุญให้กับคนต้องการจะทำบุญ  ได้ทำบุญสมความตั้งใจ  และแล้วปาฏิหาก็มีจริงครับ  ได้รถกระบะรถเต้นท์มือ 2 คุณภาพเยี่ยมมาใช้ส่งของ  ทุกอย่างคล่องตัว  ราวกับฟ้าลิขิต  รถกระบะคันเดียวเขาช่วยทำเงินล้านได้อย่างน่าอัศจรรย์  จนตั้งชื่อรถกระบะ  คันนั้นว่า  “มารวย”
สภาพธุรกิจในปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง
วันที่เป็นลูกจ้างผมทำด้วยใจและชีวิตจิตวิณญาณ  สำนึกในความเป็นเด็กต่างด้าว  และมีเจ้านายให้โอกาส ให้งานทำ  หนึ่งเดียวในประเทศไทย  จึงไม่เคยซีเรียสเรื่องเงินเดือน  ผมเริ่มทำงานปี 49 เงินเดือน  6,000  บาท  เงินเดือนปรับขึ้นเรื่อย ๆ  (เฉพาะผมเท่านั้นที่ได้ปรับบ่อย) จนวันที่ลาออก เงินเดือน  15,000  บาท
ผมกำลังจะบอกว่า  ออกมาทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ “ผมทำและทุ่มเทยิ่งกว่าชีวิต”  ช่องทางการจำหน่ายอื่นไม่มีเลย  ยกเว้นเว็บไซต์ …..www.buchasangkapan.comบูชาสังฆภัณฑ์
ผ่านไป 1 ปี  ลูกค้ามากขึ้น  และเติบโตอย่างน่าอัศจรรย์  ผมก็ยิ่งมองเห็นโอกาส  ผมต้องเติบโต
ผมต้องรีบคว้า  ผมอับเดทเว็บไซต์ตลอดเวลา  จนเว็บไซต์ติดหน้าหนึ่ง อันดับหนึ่งใน  Google  โดยที่ผมไม่ได้ใช้เงินจ้างทำโฆษณาแม้แต่บาทเดียว
ธุรกิจในปัจจุบันแข่งขันกันดุเดือดมาก  โดยเฉพาะในโลกออนไลน์  แต่ผมก็ไม่หวั่นไหว เพราะไม่ใช่ว่า  ทุกคนทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ได้  จะขายได้อย่างเดียว  คนล้มเหลวก็มี
เข้าปีที่ 2 เริ่มขยับขายเรื่องพื้นที่  เนื่องจากขายสินค้ามากขึ้น  ที่พักสินค้ามากขึ้น  แต่เราจะไม่สต๊อกสินค้า  ส่วนมากไม่สต๊อกเลย  ผมคิดว่าถ้าผมสต๊อกก็คงโง่ที่สุด  ปากมีก็บอกลูกค้าเอาสิ  เทคนิคมีมากมายครับ
Keysuccess ในการทำธุรกิจคืออะไร
Anser :ความสำเร็จของผมขั้นที่ 1  ด่านที่ 1 เลย  ลูกค้ามาเจอเราในเว็บไซต์  เพราะเว็บไซต์ผมติดอันดับหนึ่งใน  Google  เกือบทุกหมวดหมู่สินค้า  ไม่ว่าลูกค้าจะค้นหาอะไรเกี่ยวกับของทำบุญ  ลูกค้าเจอบูชาสังฆภัณฑ์เป็นคนแรก  หรือคนที่ 2
เว็บไซต์บูชาไม่สวยเลอเลิศในปฐพี  แต่มีเสน่ห์  มีจิตวิญญาณ  มีมนต์ขลัง  คนเห็นแล้วต้องตาต้องใจ  ต้องใช่  (ถึงจะไม่ใช่ทั้งหมด แต่ส่วนมากความน่าจะเป็นเช่นนั้น) และมี ข้อมูลบทความสร้างแรงบันดาลใจให้คนอยากจะทำบุญ….สำคัญมากเพราะมันคือ  ความแตกต่าง ๆ  รวมทั้งโครงสร้างเว็บไซต์ด้วย
เริ่มมีพนักงาน มีวิธีการจัดการลูกน้องอย่างไร
เข้าปีที่ 3และ 4 เราเริ่มมีคนมาช่วย จาก 2 – 3 เป็น 4- 5 -7 ชีวิต เอาเฉพาะคนที่สำคัญต่องานจริง  ๆ  เช่น  เจ้าหน้าที่จัดส่ง  เจ้าหน้าที่แพ็คกิ้งสังฆทาน  ผมเริ่มสร้างบุคลากร  ด้วยการส่งหลานไปฝึกงานที่เสาชิงช้า 2 คน  ระยะเวลา 1 ปี  แล้วก็เอากลับมาช่วยงาน  ก็ถือว่าคุ้มสุดคุ้ม
เราอยู่กันแบบครอบครัวพี่น้อง  อยู่กันด้วยความรัก  ความเอื้ออาทร เวลางานต้องทำงานเต็มที่โดยมีผมทำให้ดูเป็นตัวอย่าง มีความเสียสละ  ผลตอบแทนปรับขึ้นให้ตามลำดับตามผลงาน  รวมทั้งโบนัสเล็ก ๆ  น้อย ๆ สิ้นปี
“การให้…คือหน้าที่ของเราที่จะทำให้ทุกคนอยู่ดีกินดี มีชีวิตที่ดี เพื่อให้พวกเขาจุนเจอครอบครัวของพวกเขา  เราก็ได้บุญ” 
นี้คือสิ่งที่ผมมีในหัวใจ
แนวทางการทำธุรกิจแบบ “รากหญ้า Marketing”ของคุณคืออะไร ?
ถ้าจะให้ผมพูดแบบโม้ ๆก็ ผมใช้กลยุทธ์ทางการตลาดน้อยมาก  ใช้แค่  50 %  สมัยผมทำงานในบริษัทเก่า  ใช้เกือบ  100 %  ใช้ทุกช่องทางครับ  คืออย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นครับว่า
ลูกค้าผมมาจากเว็บไซต์อย่างเดียว ดูจากสถิติในเครื่องมือตรวจนับ  ส่วนมากมาจากลูกค้าค้นพบเราใน  Google  แค่นี้จริง ๆ ครับ  ส่วนที่ผมโพสในเฟชส่วนตัวนั้น  ไม่มีลูกค้าแม้แต่รายเดียว  วัตถุประสงค์ที่โพสในเฟชส่วนตัวเพื่อสร้างตัวตน  บอกตัวตนผมเอง  เพราะเพื่อนในเฟชเป็นกลุ่มคนทำงานประจำมากกว่า
ผมแยกกลุ่มเป้าหมาย  ลูกค้าบูชามีแต่ลูกค้าคนชั้นกลางขึ้นไป  พูดง่าย ๆคือคนรวยครับ เพราะฉะนั้นเฟชของร้านก็คือของร้าน ไม่มีตัวตนผมแม้แต่น้อย  ยกเว้นลูกค้าบางท่านเอาชื่อ นามสกุลผมไปเสิร์ชหาใน  Google  แล้วเจอผม(เขากลัวโดนหลอกครับ)
แผนการตลาดในอนาคต
ผมยังคงรักและศรัทธาอย่างรู้บุญคุณในความกรุณาของเทพ  อย่างGoogle  ที่ช่วยนำทางลูกค้ามาเจอเรา  นี้คือสิ่งมหัศจรรย์  เมื่อลูกค้ามาเจอเราแล้ว เราทำให้ลูกค้าประทับใจหรือเปล่า  ตรงกับความต้องการของลูกค้าหรือเปล่า  ผมยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง….”ลูกค้าคือหัวใจ”
“ประชาชนคือหัวใจ”  ปากพูดได้ต้องทำได้อย่างที่ปากพูด  แค่นี้ก็เทพแล้วครับ
ผมเชื่อในพลังของการบอกต่อ  และจดจำความทรงจำที่ดีที่เคยใช้บริการ
สื่อโฆษณา โทรทัศน์  ทีวีตู้เย็นต่าง ๆ  ถ้าฟรีเอา…เสียตังก์ไม่เอา….มีมากมายที่โทรเข้ามาจีบ  ผมก็จะบอกอย่างนี้(ฟรี…เอา)
ก็ในเมื่อเครื่องมือฟรี  อย่าง facebook,  Line, youtube,  และเทพพระเจ้า  Google ก็ต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
อย่าไปยัดเยียดโฆษณาให้ลูกค้ามาก  เช่น  ส่งเมล  ขอโทษโคตรรำคาญเลย
ผมจะพัฒนาระบบเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ให้ทันสมัยมากกว่านี้ คือเป็นเว็บไซต์ขายสินค้าเครื่องสังฆภัณฑ์ ออนไลน์ครบวงจร  สั่งซื้อผ่านหน้าเว็บได้เลย ง่ายสะดวกรวดเร็ว  ตอบสนองคนทำบุญยุคใหม่  อยู่ตรงไหนในโลกนี้ก็ทำบุญได้
ฝากข้อคิดให้กำลังใจเพื่อน ๆ หน่อยครับ
ทุกสาขาอาชีพ ล้วนแล้วแต่ต้องมีใจรักก่อน  มีความศรัทธาในสาขาอาชีพของตน อินในสิ่งที่ทำ  แล้วมันจะเป็นความสุข เมื่อเกิดปัญหาเราก็มองว่า  ดีที่มีปัญหาให้เราแก้  แต่ถ้าเราไม่รักในอาชีพเราเลย เกิดปัญหานิดหน่อยเราก็ท้อแล้วครับ
ใครต้องการทำธุรกิจนี้ มีเงินอย่างเดียวก็ทำไม่ได้  ต้องมีศรัทธา  มีความรัก  มีการเป็นผู้ให้  รู้จักกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง  มีแนวความคิดทางธุรกิจที่ถูกต้อง ถ้าแนวคิดผิด  ทุกอย่างจะเขว
รู้จักพระพุทธศาสนา  แก่นแท้  แก่นเทียม  เปลือกนอกเปลือกใน และรู้จักพระพุทธ  พระธรรม พระสงฆ์  โดยเฉพาะพระสงฆ์ที่ใช้ของทำบุญเรา  และเครื่องใช้ในวัดวาอารามต่าง ๆครับ
ช่องทางติดต่อธุรกิจ
คุณสุทัศน์  ศรีพรม  หรือ  ร้านบูชาสังฆภัณฑ์
37/11 ถ.กาญจนาภิเษก (ซ.สมาคมปักใต้)แขวงศาลาธรรมศพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ  10170
1.โทรศัพท์  08-3179-9099,  02-885-8115
2.Line ID :  buchas
3.E-mail:  buchaskp@hotmail.com
เถ้าแก่ใหม่รีวิว : คุณทัศน์ คือแบบอย่างของคนที่ผมต้องเรียกว่า “ติดดิน” ไม่มีอะไรเลย ความรู้ทางด้านการค้าขายก็ไม่มี ทำธุรกิจก็ไม่มี มีแต่ “หัวใจ” ที่พร้อมจะ “แบ่งปัน” และ “ต่อสู้” วันที่คุณทัศน์ลาออกจากงานประจำ นั่นอาจจะทำให้เขารู้สึกเจ็บปวด แต่วันนี้คุณทัศน์ก็ได้พิสูจน์ให้โลกได้เห็นแล้วว่า แค่ 2 มือ 2 เท้า 1 สมองของ เขาก็สามารถทำธุรกิจ พร้อมกับการเป็นพุทธศาสนิกชน ที่ช่วยสืบสานประเพณีวัฒนธรรม แบบอย่างของคนทำธุรกิจแบบ “รากหญ้า” เริ่มจากสิ่งใกล้ตัว ทำไปทีละนิดแล้วเติบโตอย่างมั่นคง
ส่งต่อบ้านมือ2 ลงขายที่ Kaidee ราคาดีที่สุด
ขายบ้านไว ไม่ต้องง้อนายหน้า ลงขายที่นี่เลย!

5 เคล็ดลับสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก


เรื่อง กองบรรณาธิการ

              


    ผู้ประกอบการที่เพิ่งเริ่มต้นและเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก มักจะต้องประสบปัญหาการทำงานอย่างหนักในระยะเริ่มต้น เพื่อนำพาธุรกิจให้อยู่รอด มิต้องพูดถึงการเติบโตที่ยังเป็นเรื่องไกลออกไป ต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับ 5 ข้อที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า “ต้องทำ” สำหรับธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้นและต้องการประสบความสำเร็จในปี 2013


1.ตรวจสอบธุรกิจของคุณเองอย่างซื่อสัตย์

    ก่อนอื่น ถามตัวคุณเองก่อนว่า “คุณได้มีปีที่ถือว่าประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจแล้วหรือยัง?” หากคำตอบคือ ยังไม่มี รีบกลับมาทบทวนดูการทำธุรกิจของคุณเองก่อนว่า เพราะเหตุใด ทำไมคุณถึงยังไม่สามารถทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้ สิ่งจำเป็นที่สุดคือ ต้องซื่อสัตย์กับตัวเอง เพราะกุญแจสำคัญที่จะทำให้เป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพ อยู่ที่การประเมินการทำธุรกิจที่อยู่ในมือคุณอย่างซื่อสัตย์ที่สุดนี้เอง เพื่อที่เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กจะได้นำข้อมูลที่ได้เป็นแนวทางในการดำเนินงานปรับปรุงและพัฒนาธุรกิจให้ดีขึ้นต่อไป


2.ปรับปรุงพนักงานในองค์กรตั้งแต่ยอดจนถึงฐานปิรามิด

               เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กมักจะตกอยู่ในรูปแบบและติดกับกระบวนการทางธุรกิจที่ไม่มีประสิทธิภาพ สาเหตุสำคัญหนึ่งคือ “พนักงาน” อย่าปล่อยให้วิธีการที่ล้าสมัยในการทำธุรกิจหรือพนักงานที่ไม่มีมีประสิทธิภาพมาคอยถ่วงธุรกิจของคุณอีกต่อไป เร่งสำรวจจุดอ่อนและปรับปรุงการทำงานทั้งระบบ เป็นโอกาสสำหรับคุณที่จะตอกย้ำความเป็นผู้นำและแสดงให้เห็นอำนาจของคุณ เพราะถ้าหากไม่สามารถควบคุมระบบและกระบวนการในการทำธุรกิจของคุณเอง ก็ไม่อาจถือได้ว่าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจนั้นจริงๆ


3.หามุมมองจากภายนอก

             การพบปะพูดคุยเพื่อหามุมมองทางธุรกิจจากบุคคลภายนอกองค์กร เป็นอีกวิธีหนึ่งที่น่าสนใจ บางบริษัทอาจเลือกใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญอย่าง สำนักงานกฎหมาย บริษัทผู้ตรวจสอบบัญชี ฯลฯ เข้ามาช่วยในการทำงาน นอกจากให้คำปรึกษาเฉพาะทางแล้ว การได้ประชุมนอกรอบหรือพูดคุยแบบไม่เป็นทางการ อาจทำให้ได้รับมุมมองที่กว้างและสดใหม่ ที่ส่งผลต่อธุรกิจของคุณอย่างคาดไม่ถึง


4.ขอบคุณลูกค้าที่ดีที่สุดของคุณ

            ธุรกิจแต่ละประเภทมีนิยามคำว่า ‘ดีที่สุด’ สำหรับลูกค้าแตกต่างกันไป มองหาว่าใครคือลูกค้าที่ดีที่สุดในธุรกิจของคุณ จากนั้นลงมือแสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจนว่า พวกเขามีความสำคัญมากแค่ไหน อาจจัดเป็นโปรโมชั่นหรือกิจกรรมพิเศษแทนคำขอบคุณสำหรับลูกค้า เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จได้


5.กระตุ้นความคึกคักให้กับธุรกิจ

               ความไม่แน่นอนของสภาพเศรษฐกิจที่ผันผวน อาจส่งผลต่อความรู้สึกของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กที่มีความเสี่ยง เปลี่ยนความรู้สึกเชิงลบเหล่านี้มาเป็นการตอบสนองตนเองด้วยการทำนายถึงอนาคตที่สดใสทางธุรกิจแทนที่ อย่าไปฟังข่าวที่มีข้อมูลแย่ๆ เชิงลบ ชวนให้หดหู่มากนัก แต่หันมาผลักดันให้ธุรกิจของคุณเดินไปข้างหน้าดีกว่า เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กควรจะมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ไม่ย่ำอยู่กับที่ ในขณะเดียวกันก็ไม่ละเลยหรือทอดทิ้งการดูแลธุรกิจที่มีอยู่เดิมของคุณด้วย

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อความสำเร็จของธุรกิจ SME (เอสเอ็มอี)

สิ้นสุดปริศนาพันปี! ไขกระจ่าง วิธีน่าทึ่งที่ชนอียิปต์โบราณใช้สร้าง 'พีระมิด'


Meekhao หมีขาว มีข่าวมาเล่าให้ฟัง |
                                          
ภูมิปัญญาของคนสมัยโบราณเป็นสิ่งที่น่าทึ่งเสมอ เพราะทั้งๆ ที่ยังไม่มีวิวัฒนาการอันแสนก้าวหน้า แต่กลับมีการก่อสร้างสถาปัตยกรรมที่น่าอัศจรรย์อย่างเช่นพีระมิดสูงเสียดฟ้าในอียิปต์
พีระมิดในประเทศอียิปต์นั้นตั้งอยู่กลางทะเลทรายอันร้อนระอุ ซึ่งเมื่อดูสภาพภูมิศาสตร์แล้วพบว่าตั้งอยู่ห่างไกลจากแหล่งของวัสดุหลักอย่างก้อนหินขนาดยักษ์หลายกิโลเมตร
แล้วชาวอียิปต์โบราณใช้วิธีไหนในการขนส่งรวมถึงยกหินหนักเป็นตันๆ ขึ้นไปเรียงตัวกันจนใหญ่โตมโหฬารได้? นักทฤษฏีจากแชนแนล pyramidsreallybuilt บนยูทูปก็ได้ออกมาอธิบายการสันนิษฐานที่ตอบโจทย์ข้อสงสัยนั้น
การก่อสร้างสุดโหดย่อมก่อให้เกิดการสูญเสีย แรงงานหลายพันคนคงเหนื่อยจนสิ้นใจถ้าหากไม่มีการใช้เครื่องทุ่นแรง
เนื่องจากในสมัยนั้นยังไม่มีพาหนะแสนสะดวกอย่างรถยนต์ การขนส่งจึงต้องอาศัยคลองที่ขุดขึ้นมาใหม่
น้ำทำให้วัสดุที่หนักอย่างหินนั้นเบาขึ้นจนเคลื่อนย้ายได้ง่ายดายราวกับเวทย์มนตร์
ชาวอียิปต์สร้างแพหนังแพะขึ้นมาเพื่อใช้ในการยกหินก้อนใหญ่
ไกลออกไป คนงานแกะสลักก้อนหินในลำคลอง เพื่อให้ได้รูปทรงตามต้องการ
จากนั้นก็ส่งมันมาทางคลองที่ขุดไว้หลายสาย
นี่คือคลองเหล่านั้นที่ยังพบเห็นได้ในยุคปัจจุบัน
ส่วนการยกหินขึ้นไปประกอบเป็นพีระมิดก็ต้องอาศัยน้ำเช่นเดียวกัน
พีระมิดขนาดใหญ่เต็มไปด้วยบ่อน้ำตั้งแต่ภายในจนถึงภายนอก
คนงานมีหน้าที่แค่ควบคุมหินให้เคลื่อนไหวไปตามเส้นทางที่ต้องการ จากนั้นหินที่ถูกสร้างมาจนได้มุมพอดีแล้วก็จะทิ้งตัวลงไปยังจุดหมายโดยอาศัยกระแสน้ำ
สิ่งสำคัญก็คือหินแต่ละก้อนต้องทำมุมที่พอดีไม่มีพลาด คือ 51 องศา
ภาพด้านล่างแสดงให้เห็นว่าถ้าองศาเกิดผิดเพี้ยนน้ำก็จะไม่อยู่ในการควบคุม
หินแต่ละก้อนค่อยๆ ไหลไปตามคลองที่ขุดไว้ จากนั้นจึงก่อตัวกันเป็นพีระมิดขนาดใหญ่ตามการคำนวนที่แม่นยำของชาวอียิปต์
แนวคิดดังกล่าวถือเป็นเรื่องน่าทึ่งมาก อย่างไรก็ตามนี่ก็เป็นเพียงทฤษฏีที่คนส่วนใหญ่คาดการณ์กันไว้เท่านั้น และการถกเถียงถึงวิธีการสร้างก็จะยังคงดำเนินต่อไป แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพีระมิดคือสิ่งมหัศจรรย์ตลอดกาล ที่ช่างดูซับซ้อนล้ำหน้าเกินยุคสมัยนั้นเหลือเกิน
ถ้าหากใครอยากศึกษาแบบละเอียดก็สามารถชมวิดีโอด้านล่างนี้ได้เลย

ที่มา: panjury